?”
“ข้าแค่คิดว่าแกะอ้วนมาถึงที่ ก็ต้องรับไว้แค่นั้นเอง” มู่เฉียนซียิ้มอย่างไร้เดียงสา
นางเอาผงยาขวดหนึ่งออกมา และกล่าวว่า “หลังจากที่พวกเจ้าเลือกห้องได้แล้ว เอาผงยาเหล่านี้โรยเอาไว้ในห้องของพวกเจ้า หากมีงูเข้ามาใกล้ก็รอให้มันตายได้เลย รอให้จำนวนของมันเพียงพอแล้วเราค่อยมาตุ๋นซุปกินกัน”
“เพิ่มพลังมื้อใหญ่สักมื้อ วันพรุ่งก็ทำเต็มที่!” มู่เฉียนซีหรี่ตายิ้มพลางกล่าว
พวกเขาตอบรับด้วยความชอบอกชอบใจ “ดี!”
“ซุปงู เป็นสิ่งที่ข้าชอบที่สุดแล้ว”
“……”
ทว่า ในเวลานี้ทางด้านสำนักศึกษาเทียนเฉ๋อก็กำลังปรึกษาหารือกันเช่นกันว่าจะต่อกรกับพวกเขาอย่างไร
“จินซินไม่กล้าเข้ามาพัก แต่นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะมีคนมารนหาที่ตายถึงที่ พวกเราจะต้อนรับพวกมันอย่างดีเลยล่ะ” คนผู้หนึ่งของสำนักศึกษาเทียนเฉ๋อกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
เหลิ่งหลินกล่าวถามว่า “ไปสืบมาได้หรือยังว่าพวกมันเป็นใครมาจากไหน”
คนผู้หนึ่งรายงานว่า “พี่ใหญ่เหลิ่งหลิน พวกเราไปสืบมาแล้ว พวกมันมาจากเสียโจว สำนักศึกษาซวนเสีย”
“สำนักศึกษาซวนเสียแห่งเสียโจว ดินแดนทุรกันดารนั่นเอง ทุกครั้งสำนักศึกษาซวนเสียล้วนแต่ได้ที่โหล่” ตอนนี้เหลิ่งหลินรู้สึกประหลาดใจบ้างแล้ว
คนเหล่านี้ของสำนักศึกษาเทียนเฉ๋อกล่าวอย่างทอดถอนใจว่า “มิน่าล่ะว่าเหตุใดพวกนั้นถึงกล้ากล่าววาจาเช่นนั้นกับพี่ใหญ่ ข้าว่าพวกมันก็แค่กบในกะลา เป็นพวกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”
เหลิ่งหลินกล่าว “ทันทีที่ฟ้ามืด