น่าสังเวชเข้าแล้ว!”
ยิ่งถ่วงเวลาออกไปนานมากเท่าไหร่ ซวนอี้ก็ยิ่งวางใจมากขึ้นเท่านั้น
เพราะแข่งกันในพลังความทนทานนั้น อวิ๋นอ้าวต้องพ่ายแพ้เป็นแน่
มู่เฉียนซีเป็นถึงนักปรุงยา ประสิทธิภาพของยาฟื้นฟูกำลังเหล่านั้นของนาง ไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างอวิ๋นอ้าวจะเทียบได้
ยิ่งต่อสู้ต่อไป สีหน้าของอวิ๋นอ้าวก็เริ่มเคร่งเครียดลงเรื่อย ๆ
ต่อให้เขาจะแข็งแกร่งมากเพียงใด แต่เมื่อสิ้นเปลืองพลังไปจนหมด กำลังการต่อสู้ก็เหลือแค่เพียงน้อยนิดเท่านั้น
ในแต่ละกระบวนท่าที่โจมตีเขาพยายามอย่างสุดกำลัง แต่ไม่โดนมู่เฉียนซีเลย และไม่ต้องจินตนาการเลยว่าเขากลัดกลุ้มใจมากแค่ไหน
บูม บูม บูม!
ในขณะที่มู่เฉียนซีแยกร่าง นางโจมตีกระบวนท่ามังกรเพลิงสังหารออกไปอีกครั้ง!
ตูม ปัง ปัง! การโจมตีนี้กระทบลงบนร่างของอวิ๋นอ้าว ทำให้ร่างของอวิ๋นอ้าวกระเด็นลอยไปที่ขอบลานประลอง
แกร๊ง!
แต่ในตอนนี้ทุกคนก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยแล้ว
นั่นก็คือกระบี่ของมู่เฉียนซีหักอีกแล้ว
“หักอีกแล้ว!”
“ข้าก็คิดว่าจะใช้ได้ตลอดเสียอีก นึกไม่ถึงเลยว่าจะหักลงอีกแล้ว เพียงแต่ใช้ได้หลายครั้งก็เท่านั้น หรือว่านักหลอมอาวุธของมู่เฉียนซีท่านนั้นฝีมือเก่งกาจขึ้นแล้ว”
“ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ๆ ตัวกระบี่นี้คุณภาพดีกว่าเมื่อก่อนมาก”
อาจารย์ใหญ่ซวนก็นิ่งอึ้งไป สาวน้อยใช้ไปแค่สิบสองครั้งก็หักแล้ว นี่เกินขีดจำกัดของเขาแล้ว
สมกับที่เป็นกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณจริง ๆ ตัวกระบี่อื่น