ัน มันสามารถเหนี่ยวนำซึ่งกันและกันได้ เจ้ามีคมกระบี่กับตัวกระบี่ การเหนี่ยวนำยังไม่แข็งแกร่งพอ แต่หากเจ้าหาวิญญาณกระบี่มังกรเพลิงเจอ และหากเจ้าพิฆาตวิญญาณนั่นยังไม่ดับสลายไป มันต้องมาหาถึงที่แน่นอน!”
เขาโบกมือพลางกล่าว “เมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้พลังวิญญาณของเจ้าถึงขั้นมหาจักรพรรดิเจ้าก็จบเห่อยู่ดี”
“เจ้าต้องการกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณ ข้ารู้ดี แต่ในขณะที่พลังของข้ากับท่านพี่ข้ายังฟื้นฟูกลับมาไม่หมด และลักษณะพิเศษของมังกรวารียังไม่กลับคืนสู่สภาพเดิมเจ้าอย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่ามเด็ดขาด การเผชิญหน้ากับเจ้าพิฆาตวิญญาณนั่น หากประมาทเพียงเล็กน้อย ดวงจิตก็จะถูกกลืนกินจนไม่เหลือแน่”
ทันใดนั้นเองเสียงอันเกียจคร้านเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “ที่หัวหน้าหอกล่าวมานั้นไม่ผิด ถึงแม้ว่าข้าอยากให้เจ้ามีพลังธาตุอัคคี แต่ของที่อันตรายเช่นนี้ สาวน้อยอย่าไปแตะมันจะดีกว่า”
จู่ ๆ จวินโม่ซีก็ปรากฏตัวขึ้นในชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดอย่างไร้ที่ติราวกับเทพเซียนจุติบนโลกก็มิปาน
อาถิงกล่าว “ข้าไม่ได้อยากเป็นหัวหน้าหออะไรนั่นสักหน่อย เจ้าผู้หญิงโง่เง่าผู้นี้ต่างหากที่ใช้ชื่อของข้าไปทำเรื่องเช่นนั้น ข้าขี้เกียจจะคุยกับผู้หญิงโง่เง่าอย่างเจ้าแล้ว จะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของเจ้า!”
กล่าวจบอาถิงก็กลับเข้าไปในมิติพันธสัญญาทันที มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “เจ้ามาได้ยังไง ?”
“ขะ ข้า…” ชั่วครู่หนึ่งจวินโม่ซีก็อยากจะร้องไห้
“ข้ามาบอกลาเจ้า ฮือ