ได้ทีก็รีบผลักตัวจิ่วเยี่ยออกไป
เมื่อมองไปยังสายตาที่แฝงการตำหนิของมู่เฉียนซี จิ่วเยี่ยก็กล่าวขึ้น “ในตอนนี้ซีไม่ควรจะกล่าวชื่อของผู้อื่นออกมา!”
มู่เฉียนซีเอามือมากั้นปากของเขาเอาไว้แล้วกล่าว “เจ้าอย่าเข้ามานะ! หากเข้ามาอีกละก็ปากของข้าจะต้องบวมขึ้นมาแน่”
“น้ำเย็นแล้ว”
เมื่อจิ่วเยี่ยกล่าวสามคำนั้นจบเขาก็ได้อุ้มมู่เฉียนซีขึ้นมาจากน้ำ จากนั้นก็ใช้ผ้าผืนหนึ่งเช็ดหยดน้ำที่อยู่บนตัวของนาง
“ข้าสามารถทำเองได้!”
“เจ้าได้รับบาดเจ็บ!”
เหตุผลนี้ทำให้มู่เฉียนซีไม่มีเหตุผลอะไรมาค้านได้
เขาเช็ดตัวของนางอย่างละเอียดลออ และไม่ให้เหลือดหยดน้ำแม้เพียงหยดเดียวบนร่างกายของนาง
มู่เฉียนซีมองดูบุรุษที่งดงามตรงหน้านางอย่างพิจารณา เขาเป็นชายที่ชั่วร้ายและเอาแต่ใจ แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะดูแลคนผู้หนึ่งได้เช่นนี้
หลังจากที่เช็ดหยดน้ำเสร็จสิ้น ปลายนิ้วของจิ่วเยี่ยก็ได้ลูบผ่านไปบนผิวของมู่เฉียนซีและไม่ยอมปล่อยมือ
ร่างของมู่เฉียนซีนั้นสั่นไหวเล็กน้อย และมิอาจที่จะเปลี่ยนแปลงปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายนี้ได้เลย
จากนั้นเขาก็ใส่ยาให้มู่เฉียนซีอย่างคล่องแคล่ว
ในตอนนี้ปากแผลนั้นได้ประสานกันแล้ว และไม่ได้มีเลือดไหลซึมเหมือนดั่งตอนที่เพิ่งได้รับบาดเจ็บหนักมา
หลังจากที่ใส่ยาเสร็จ จิ่วเยี่ยก็ได้จูบลงไปบนปากแผลนั้นอย่างเบา ๆ
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นพลัน “เจ้าไม่กลัวยาจะเข้าปากเจ้าไปหรือยังไง ?”
“ไม่เป็นไร! ข้าไม่รังเกียจ!”
มู่เ