็ดีขึ้นมากแล้ว
แต่มู่เฉียนซีกลับรู้สึกว่า วันนี้นางนั้นกลับตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายกว่าเดิม
หลายวันมานี้นางได้รับบาดเจ็บ ถึงต่อให้จิ่วเยี่ยนั่นจะเดรัจฉานไปมากกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้ทำเรื่องอะไรที่ออกนอกลู่นอกทางมากไปนัก อย่างมากก็แค่เพียงจูบเท่านั้นเอง
แต่มาวันนี้อาการบาดเจ็บนั้นดีขึ้นมาก มู่เฉียนซีรู้สึกได้ถึงสายตาของจิ่วเยี่ยที่เหมือนดั่งหมาป่ากำลังหิวโหยและเตรียมที่จะตะครุบเหยื่ออันโอชะก็มิปาน
และในครั้งนี้ก็ได้ทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกเกลียดในยารักษาบาดแผลของตนเองที่มันได้ผลดีเกินไป จึงทำให้นางหายจากอาการบาดเจ็บได้ในเร็ววัน
และมู่เฉียนซีนั้นรู้สึกว่าการที่จิ่วเยี่ยคอยเอาใจใส่นางอย่างละเอียดทุกวันนั้น ก็เป็นเหมือนการขุนให้นางอ้วนพีขึ้นช้า ๆ
พอมาวันนี้ขุนจนอ้วนได้ที่ก็สามารถที่จะกินได้แล้ว เขาจะต้องกลืนกินเข้าไปในคำเดียวเป็นแน่แท้!
มู่เฉียนซีคิดที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของจิ่วเยี่ย
นางกล่าวขึ้น “จิ่วเยี่ย คราวนี้เจ้าปรากฏตัวขึ้นโดยไม่มีสุ้มเสียงสักคำ ทำให้ข้าตกใจอยู่บ้าง”
“อยากเห็นเจ้า ก็เลยต้องมา!” จิ่วเยี่ยกล่าว
“เจ้ากลับไปที่แดนนรก ได้ข่าวของคัมภีร์หมื่นคำสาปมาบ้างหรือไม่?” มู่เฉียนซีกล่าวถามอย่างต่อเนื่อง และนั่นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อชีวิตของจิ่วเยี่ย
“ไม่มี!” จิ่วเยี่ยตอบ
ถ้าหากว่าสามารถหาคัมภีร์หมื่นคำสาปได้ง่ายดายเช่นนั้น หลายปีมานี้เขาก็คงจะไม่ต้องพบกับความทรมานมากมายเช่นนั้นห