ีมาก ดังนั้นใบหน้าของนางจึงอยู่ใกล้กับจิ่วเยี่ยมาก การแสดงออกทางสีหน้าของเขานั้น มู่เฉียนซีเห็นมันอย่างชัดเจน
นางคิดในใจว่า ‘รสชาติมันต้องแย่มากแน่ ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นจิ่วเยี่ยแสดงสีหน้าที่รับไม่ได้เช่นนี้’
เขาไม่ได้ป้อนให้นาง อีกทั้งยังกลืนอาหารลงไปเองอีกด้วย!
ที่จิ่วเยี่ยกินเองเช่นนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะ…
เขาเปิดปากมู่เฉียนซีอย่างเผด็จการ และจูบนางอย่างเมามัน
อื้อ!
มู่เฉียนซีรู้สึกหายใจอย่างยากลำบาก ภายใต้สายตาการฟ้องร้องของนางคู่นั้น ในที่สุดจิ่วเยี่ยก็ค่อย ๆ ปล่อยนาง
“เจ้า…”
“ดูเหมือนจำนวนที่ค้างอยู่ข้าใช้ให้เจ้าครบแล้วนะ นึกไม่ถึงว่าเจ้าว่าทำอีก!” มู่เฉียนซีกล่าวพลางหอบหายใจ
“ซีกินอาหารที่ข้าทำไม่ได้ เช่นนั้นก็กินข้าแทน!” จิ่วเยี่ยยื่นหน้าไปด้านหน้าอีกครั้ง
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “เมื่อครู่เจ้ากินอาหารสีดำนั่นที่เจ้าทำ รสชาติแย่มากเลยใช่หรือไม่!”
“อืม ต้องทิ้ง!”
ตอนนี้จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าการทำอาหารนั้นยากยิ่งกว่าการฝึกทักษะโบราณเสียอีก
เพียงแค่ฟังจากเสียงระเบิดที่ดังขึ้นจากสำนักศึกษา มู่เฉียนซีก็รู้แล้วว่าจิ่วเยี่ยนั้นต้องใช้ความพยายามมากมายแค่ไหนกว่าจะได้บะหมี่หยางชุนถ้วยนี้มา อีกทั้งเขายังกินมันลงไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่ารสชาติมันแย่มากแค่ไหน
จะขอโทษกระเพาะของตนเอง หรือจะขอโทษจิ่วเยี่ยดีนะ!
มู่เฉียนซีกำหมัดแน่น ดวงตาจ้องมองไปที่บุรุษผู้งดงามอย่างไร้ที่เปรียบตรงหน้า และนางก็ตัด