ต่ง เขายิ้มพลางกล่าวว่า “คุณชายต้องการทำอาหารให้คนรักใช่หรือไม่!”
เดิมทีจิ่วเยี่ยผู้ที่ไม่อยากจะสนใจผู้ใดนั้น เมื่อได้ยินคำว่า “คนรัก” สองคำนี้แล้วก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขากล่าวเสียงต่ำว่า “อืม!”
“มือใหม่อย่างคุณชาย รับผิดชอบหน้าที่นี้อันที่จริงแล้วไม่ง่ายเลย ทำบะหมี่สักชามก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของคุณชายแล้ว อีกอย่างตอนนี้ก็ไม่ใช่ตอนเช้า ดังนั้น…”
“เช่นนั้นก็ต้มบะหมี่!” จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงขรึม
หลังจากที่จิ่วเยี่ยต้มบะหมี่เสร็จและจากไป อาจารย์ใหญ่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง ในที่สุดห้องทำอาหารสำนักศึกษาของพวกเขาก็ปลอดภัยแล้ว
“เหล่าจู เป็นเช่นไรบ้าง บะหมี่นั่นคงจะไม่กินแล้วตายใช่หรือไม่ ?” เวลานี้อาจารย์ใหญ่ซวนกลับรู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของมู่เฉียนซีแล้ว
พ่อครัวจูกล่าว “ขะ ข้า เอ่อ ข้าก็เพิ่งจะเคยเจอเด็กที่ไร้พรสวรรค์เช่นนี้เป็นครั้งแรกเหมือนกัน เด็กผู้นั้นไม่เลวเลย พลังก็แข็งแกร่งมากด้วย แต่ฝีมือการทำอาหารบอกได้แค่สี่คำ…”
อาจารย์ใหญ่ซวนกล่าวถามด้วยความแปลกใจว่า “สี่คำไหนรึ ?”
“ทนดูไม่ได้!” พ่อครัวจูกล่าวอย่างจนปัญญา
“เจ้าเตรียมปรุงยาให้แม่นางน้อยผู้นั้นได้เลย คาดว่าแม่นางน้อยผู้นั้นจะต้องปวดท้องเป็นแน่ แต่จะว่าไปนี่ก็เป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขานะ”
บุรุษผู้ที่สูงศักดิ์และมีอำนาจเหนือใครผู้หนึ่ง สามารถลงมือทำอาหารให้นางด้วยตัวเองเช่นนี้ นี่เป็นเรื่องที่ซาบซึ้งใจ