เป็นอย่างมากเลยล่ะ
ในที่สุดมู่เฉียนซีก็รอจนจิ่วเยี่ยกลับมา จากนั้นจิ่วเยี่ยก็เอาผลงานอันยิ่งใหญ่ของเขาวางบนโต๊ะอาหาร
เมื่อได้เห็นสีดำ ๆ คล้ายกับแป้งไหม้ มู่เฉียนซีร่นตัวถอยหลังเล็กน้อยด้วยความหวาดกลัว
สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านั้นมีความเสี่ยงสูงมาก รีบห่างไว้สักหน่อยจะดีกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ
ผลสุดท้ายนางถูกจิ่วเยี่ยดึงเอาไว้ จากนั้นก็ถูกบังคับโดยการกอดและกลับเข้าไป
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุก “จิ่วเยี่ย นี่คือสิ่งใด ?”
“บะหมี่หยางชุน!”
บะหมี่หยางชุนหน้าตาเป็นเช่นนี้เหรอ ? ตอนนี้มู่เฉียนซีรู้สึกสงสัยในความทรงจำของนางแล้ว
“ซีลองชิมดู!”
จิ่วเยี่ยหยิบตะเกียบมา แต่ก็ไม่ได้คีบ เขาใช้แค่ช้อนเท่านั้น
ลางสังหรณ์ของมู่เฉียนซีบอกกับนางว่า พลังการสังหารและการทำให้บาดเจ็บของบะหมี่หยางชุนชามนี้รุนแรงยิ่งกว่าพิษของนางเสียอีก เมื่อเห็นว่าจิ่วเยี่ยกำลังจะยื่นของไหม้นี้ใกล้มาที่ปากมู่เฉียนซี มู่เฉียนซีก็ปิดตาแน่นพลางกล่าวว่า “อือ! ไม่…”