“ข้าไม่ตกลง!” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
เขาไม่ได้สนใจอาถิง แต่ปรากฏตัวต่อหน้ามู่เฉียนซีและพยายามจะกอดนางไว้
เงาร่างสีเขียวเงาหนึ่งซึ่งเร็วกว่าเขา ดึงมู่เฉียนซีจากไป
จิ่วเยี่ยจ้องมองชายชุดเขียวที่ดูเงียบสงบข้าง ๆ มู่เฉียนซีด้วยสายตาเย็นชา ความงดงามราวกับภาพวาดสีน้ำนั่นทําให้ผู้คนรู้สึกประทับใจ!
จิตสังหารในดวงตาสีฟ้าเย็นเยือกนั้นน่าหวาดกลัว และพลังที่แทบจะฉีกกระชากเลือดเนื้อมนุษย์ได้ในพริบตาก็พลันวนเวียนรอบตัวชิงอิ่ง
แต่ชิงอิ่งกลับไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย
การโจมตีนี้มุ่งเป้าไปที่สิ่งมีชีวิตเท่านั้น
ชิงอิ่งเป็นเพียงมนุษย์ที่ไม่มีเลือดเนื้อและแน่นอนว่ามันไม่สามารถทำอะไรเขาได้
การโจมตีของจิ่วเยี่ยล้มเหลว อาถิงหัวเราะและกล่าว “หวงจิ่วเยี่ย เจ้าอย่าโอหังเกินไปนักเลย ในโลกนี้ยังมีคนที่เจ้าแตะต้องไม่ได้”
จิ่วเยี่ยขยับตัวเตรียมลงมือสังหารชิงอิ่งอีกครั้ง
มู่เฉียนซีรีบพูดขึ้นมาว่า “จิ่วเยี่ย เขาคือชิงอิ่ง!”
จิ่วเยี่ยย่อมรู้ถึงการมีอยู่ของชิงอิ่ง หุ่นเชิดตัวนั้น
หุ่นเชิดไม่มีหัวใจไม่มีความรู้สึก เขาไม่เคยเห็นมันอยู่ในสายตาเลย
“ปล่อยซี!” จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชา
เขาที่เป็นเหมือนดั่งจักรพรรดิผู้สูงส่งและมีอํานาจที่น่ากลัวได้ออกคำสั่งกับชิงอิ่ง
แต่ชิงอิ่งกลับทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แววตายังคงสงบนิ่งไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันนี้
เขาเป็นหุ่นเชิด ที่กำหนดผู้เป็นเจ้านายอย่างชัดเจนนั่นก็คื