“ข้าจะพูด! จะพูด จะพูด! มู่เฉียนซีเป็นผู้หญิงของข้า!” อาถิงกล่าวอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
จิตสังหารยิ่งน่ากลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้กระทั่งอาจารย์ใหญ่ซวนก็รู้สึกสะพรึงกลัวจนรีบหลบไปอยู่ไกล ๆ
เจ้าหนุ่มผู้นี้ช่างไม่รู้จักความตายเอาซะแล้ว รนหาที่ตายจริงแท้!
เมื่อรับรู้ได้ว่าศึกครั้งใหญ่ในโลกกำลังจะเกิดขึ้น ในตอนนี้เองมู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นว่า “อาถิง นี่เจ้าบ้าไปแล้วหรือยัง เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถวางยาพิษให้เจ้าเป็นใบ้พูดไม่ได้ตลอดไปได้”
มู่เฉียนซีจนปัญญากับเจ้านี่จริง ๆ รนหาที่ตายแท้ ๆ!
นางไม่อยากให้อาถิงกับจิ่วเยี่ยต้องสู้รบกันเป็นวันเป็นคืน จากนั้นอาถิงก็ต้องหลับใหลไปเป็นเวลานานอีกครั้ง คำสาปของจิ่วเยี่ยกำเริบ สถานการณ์เช่นนั้นวุ่นวายยิ่งกว่าการสู้รบที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มาก
อาถิงกล่าว “เจ้าผู้หญิงโง่ พิษเล็กน้อยเช่นนั้นของเจ้า คิดจะทำให้ข้าเป็นใบ้อย่างนั้นเหรอ ต่อให้เจ้าฝึกฝนต่อไปอีกหลายหมื่นปี ต่อให้เจ้าฝึกฝนทั้งชีวิตเจ้าก็ไม่มีทางทำได้”
“นี่เจ้า!”
“เหอะ! เจ้าลำเอียง! เขาพูดได้ แล้วเหตุใดข้าถึงพูดไม่ได้!” อาถิงไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“วันนี้ข้าจะต้องจัดการกับเจ้าหมอนี่ให้ได้ สู้จนกว่าเจ้าหมอนี่จะกลับบ้านเก่าไปเลย!”
กล่าวจบอาถิงก็พุ่งเข้าหาจิ่วเยี่ยวทันที
แสงสีเขียวอ่อนส่องประกายนำพาพลังแห่งกาลเวลาทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
“อวดดี!” เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของอาถิง จิ่วเยี่ยก็พ