่นคำสองคำออกมาอย่างเย็นชา
“เหอะ เหอะ เหอะ! ข้านะเหรออวดดี ต่อให้ข้าอวดดีมากกว่านี้ข้าก็เทียบเจ้าไม่ได้หรอก!” อาถิงกล่าวเย้ยหยัน
พลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วทั้งสำนักศึกษา อาจารย์ใหญ่ซวนรู้สึกตกใจขึ้น เขากลัวว่าสำนักศึกษาถูกล้างทำลายไปในชั่วพริบตาจริง ๆ
งูพิษอย่างอาถิงนิสัยใจร้อนและเหี้ยมโหด ส่วนจิ่วเยี่ยก็ใช้อำนาจบาตรใหญ่ไม่ยอมให้ผู้ใดมายั่วยุ หากสองคนนี้ปะทะกันแล้วละก็ มีหวังต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเป็นแน่
มู่เฉียนซีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ก็รู้สึกเหนื่อยใจ เหตุการณ์ในตอนนี้ยิ่งเลวร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ และนางไม่อาจจะขัดขวางได้
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าขอเตือนพวกเจ้าไว้ก่อนเลยนะ ข้อแรกอย่าได้สู้รบกันที่นี่!”
“ข้อที่สอง อาถิง หากเจ้าสูญเสียพลังมากเกินไป ต่อไปข้าจะเห็นเจ้าเป็นเพียงแค่อากาศ จิ่วเยี่ย หากเจ้าอาการกำเริบเหมือนเดิมอีก ข้าจะไม่สนใจเจ้าแล้ว พวกเจ้าจะสู้รบกันก็ได้ แต่ทางที่ดีพวกเจ้าก็ต้องมีขอบเขต ค่อย ๆ เรียนรู้กันไปก็แล้วกัน!”
ก็มีเพียงแค่มู่เฉียนซีนี่แหละที่กล้าขู่สองคนนี้ในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ และทั้งสองคนก็ไม่ได้โกรธนางเลยแม้แต่น้อย
อาถิงกล่าว “เจ้าผู้หญิงโง่ เจ้าวางใจเถอะ เพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่า ข้าก็สามารถทำให้ชายบัดซบผู้นี้ตายได้แล้ว ไม่เสียพลังไปแน่นอน”
“จัดการกับเขา! ไม่ใช่ปัญหา!” จิ่วเยี่ยก็พ่นคำพูดอันเย็นยะเยือกนี้ออกมาเช่นกัน
สิ่งใดคือจัดการกับเขาไม่ใช่ปัญหา!
อ