ึ้นสักหน่อยกระมัง!
มู่เฉียนซีหันไปกล่าวกับอาจารย์ใหญ่ซวนว่า “อาจารย์ใหญ่ เรื่องเหล่านี้ของสำนักศึกษาคงต้องรบกวนให้อาจารย์ใหญ่จัดการแล้ว ส่วนค่าชดเชยทั้งหมดให้ไปเอาที่หอหมอปีศาจ”
อาจารย์ใหญ่ซวนยิ้มพลางกล่าว “ถึงแม้ว่าหอโอสถจะไม่ขาดแคลนเงินทอง แต่สำนักศึกษาของพวกเราเสียหายไปแค่เล็กน้อยแค่นี้ ข้าจัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้หอหมอปีศาจชดเชยหรอก”
การที่สำนักศึกษาซวนเสียเผชิญกับการต่อสู้อย่างดุเดือดครั้งนี้ ก็ได้จบลงไปเช่นนี้แล้ว
หุบเขาหมอเทวดาได้ประสบกับการสูญเสียอย่างหนัก ส่วนสำนักปีศาจดำที่เข้ามามีส่วนร่วมนั้นก็ไม่ได้ดีนัก ส่วนสำนักศึกษาซวนเสียกลับได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ตูม ปัง ปัง! เสียงสะเทือนฟ้าสะเทือนดินดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง พวกเขาสู้รบกันนานเกินไปแล้ว มู่เฉียนซีก็รู้สึกกังวลใจขึ้น
“ชิงอิ่ง พาข้าไปดูหน่อย!” มู่เฉียนซีกล่าว
“ขอรับ!”
ร่างสีเขียวกะพริบ ชิงอิ่งพามู่เฉียนซีไปถึงสถานที่ที่จิ่วเยี่ยกับอาถิงต่อสู้กัน
“พวกเจ้าจะหยุดกันได้หรือยัง!”
เสียงของมู่เฉียนซีทำให้อาณาบริเวณนี้ที่แผ่ซ่านไปด้วยจิตสังหารกลับกลายเป็นสงบลง
อาถิงกล่าว “ไม่หยุด หากยังฆ่าเขาไม่ได้ ข้าก็จะไม่หยุด!”
“ฆ่าจิ่วเยี่ย ?” มู่เฉียนซีมองอาถิงอย่างพิจารณา
“แต่กลิ่นอายของเจ้ามันยิ่งอ่อนแอลงเรื่อย ๆ แล้ว เจ้าแน่ใจเหรอว่าจะฆ่าจิ่วเยี่ยได้”
อาถิงโกรธเกรี้ยวขึ้นแล้ว “ตกลงเจ้าเป็นพันธสัญญากับข้าหรือกับเขากันแ