มู่เฉียนซีกล่าว “ข้ารู้แล้ว”
บนใบหน้าของนางนั้นเผยสีหน้าอย่างจนปัญญาออกมาให้เห็น เหล่าหัวหน้าหุบเขาโอสถนั้นต้องการจะแสดงการขอบคุณต่อนางต่าง ๆ นานา
เมื่อมู่เฉียนซีเดินเข้าไปก็ได้เห็นผู้อาวุโสทุกท่านของหุบเขาโอสถล้วนแต่ได้มาถึงแล้ว คราวนี้จะมีเรื่องวุ่นวายอันใดอีกเล่า?
หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินกล่าวขึ้น “เสี่ยวซี ข้านั้นอายุมากแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านหัวหน้าหุบเขาเวินเหรินอายุมากแล้วก็จริง แต่ท่านเป็นนักปรุงยาผู้หนึ่ง อีกทั้งยังรักษาสุขภาพอย่างดีแล้วยังเป็นยอดฝีมือระดับมหาจักรพรรดิอีกด้วย จะมีอายุอยู่ไปอีกสักสองสามร้อยปีก็ไม่มีปัญหา!”
หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินกล่าว “แต่ข้าคิดว่าหุบเขาโอสถต้องการผู้นำรุ่นใหม่เสียแล้ว เช่นนั้นข้าจึงได้ตัดสินใจยกหุบเขาโอสถให้เจ้าเป็นหัวหน้าหุบเขา เสี่ยวซีเจ้าคิดเห็นเช่นไร?”
“คิดเห็นเช่นไร ? ข้าไม่คิดเห็นอะไรทั้งนั้น” มู่เฉียนซีถลึงตามองพวกผู้เฒ่าเหล่านั้น
นางกล่าว “ข้าว่าผู้อาวุโสทุกท่านคงจะลืมไปแล้ว! ว่าข้านั้นมิใช่คนของหุบเขาโอสถ”
“ไม่เป็นไร พวกเราไม่ถือ!” พวกเขาค่อย ๆ ตอบกันออกมาทีละคน
“พวกท่านไม่ถือ แต่ข้าถือ!” มู่เฉียนซีเริ่มโกรธขึ้นมาแล้ว
“หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินอย่าได้เอาภาระหุบเขาโอสถนี้มาให้ข้า อายุของข้านั้นยังน้อยยิ่งนัก อย่าได้ทำให้ชีวิตของข้าต้องพังเลย หุบเขาโอสถที่มีพวกท่านดูแลอยู่ก็ดีมากอยู่แล้วมิใช่หรือ ?”
มู่เฉียนซีนั้นร้อนรนกับเรื่องนี้จริ