านขายโอสถเล็ก ๆ ของเจ้าเช่นไรก็ย่อมทำได้”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าไม่อยากที่จะสะสมของโบราณจริง ๆ หุบเขาโอสถนี้อย่างไรเสียก็ขอให้พวกท่านค่อย ๆ เล่นกับมันไป ถ้าหากว่าพวกท่านไม่กล้าที่จะสนับสนุนข้า ข้าจะไปฟ้องหอโอสถ ดูสิว่าพวกท่านจะทำเช่นไรได้ ?”
หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินกล่าวอย่างจนปัญญา “เจ้านี่ช่างโหดร้ายจริงนะแม่หนู! ข้าตอบตกลงก็แล้วกัน ข้าให้สัญญาว่าภายในหนึ่งเดือนจะให้ร้านโอสถของเจ้ามีชื่อในทวีปอวิ๋นโจว”
“นั่นแน่นอนอยู่แล้ว”
“ข้อสุดท้ายก็คือ จะมีนักศึกษาของสำนักศึกษาซวนเสียบางส่วนจะให้ไปฝึกฝนที่หอโอสถ” มู่เฉียนซีกล่าว
แม้ว่าหอโอสถนั้นจะตอบรับไปแล้ว แต่หอโอสถนั้นตั้งอยู่ในหุบเขาโอสถ อย่างไรเสียก็ต้องฟังความคิดเห็นของหัวหน้าหุบเขาโอสถ
“หากท่านหอโอสถตอบตกลงไว้แล้ว แน่นอนว่าพวกเราเองก็ไม่มีอะไรคัดค้าน พวกเราแค่ไม่รู้ว่าสำนักศึกษาซวนเสียของพวกเจ้านั้นยังมีผู้วิปริตเช่นเจ้าอีกหรือไม่ ถึงแม้ว่าจะมีความวิปริตเพียงหนึ่งในร้อยส่วนของตัวเจ้า นั่นก็สามารถทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตามองโลกแล้ว!”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “เช่นนั้นท่านหัวหน้าหุบเขาเวินเหรินก็ต้องรอคอยดูเอา!”
หอโอสถนั้นก็ปลอดภัยไร้กังวลแล้ว และระยะเวลาที่นางได้มาอยู่ที่หุบเขาโอสถนี้ก็เป็นช่วงเวลาหนึ่งแล้ว เมื่อได้จัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จสิ้นมู่เฉียนซีจึงได้เอ่ยถึงเรื่องที่จะกลับสำนักศึกษาซวนเสียขึ้นมา
แม้ว่าหัวหน้าหุบเขาเวินเหรินอยากที่จะให