โกรธยิ่งนัก” ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวออกมา
“ท่านอาจารย์สบายดีหรือไม่! นี่เป็นของขวัญที่หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินให้ข้านำมามอบแก่ท่าน ท่านลองเปิดดูสิว่าชอบมันหรือไม่?” มู่เฉียนซีกล่าวพร้อมนำของขวัญบางอย่างออกมา
ด้วยสถานะของหัวหน้าหุบเขาเวินเหริน ที่จริงแล้วเขาไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องเอาใจผู้อาวุโสสูงสุดเลย แต่เพราะได้ยืมตัวลูกศิษย์ของเขาไปนานเช่นนั้นก็เลยมีความละอายใจอยู่บ้าง
เพียงแค่เวลาชั่วพริบตาเดียวก็สามารถปลอบประโลมผู้อาวุโสสูงสุดได้แล้ว
จากนั้นมู่เฉียนซีก็ได้ไปยังหน่วยสำนักปรุงยา จากนั้นก็ได้นำข่าวที่นักศึกษาของสำนักศึกษาของเขาสามารถที่จะเข้าไปฝึกในหอโอสถได้มาบอกแก่อาจารย์ใหญ่หวงฝู่
ทันใดนั้นอาจารย์ใหญ่หวงฝู่ก็พลันรู้สึกเหมือนจะหน้ามืดขึ้นมา “ข้า…ข้าจะไปแจ้งข่าวนี้แก่ทุกคน!”
ด้วยความแข็งแกร่งของหอโอสถ การรับรองนักศึกษาทั้งหมดในเวลาเดียวกันนั้นไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด
แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วสามารถไปได้ถึงขั้นไหน? และจะสามารถเรียนรู้ได้มากเท่าไร? นั่นก็ต้องดูที่ความสามารถของตัวนักศึกษาเองแล้ว
ส่วนเรื่องที่เหลือต่อจากนี้ มู่เฉียนซีได้มอบให้อาจารย์ใหญ่หวงฝู่จัดการ นางได้กลับไปที่หน่วยสำนักปรุงยาและแข่งกับเวลาเพื่อที่จะบรรลุไประดับจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่สาม
ในศึกระหว่างหุบเขาโอสถและหุบเขาหมอเทวดา นางได้ประกาศการท้าสู้ไปที่ผู้เฒ่าหุบเขาโอสถผ่านการวางยาพิษอวี้เหลียนชิง ความสัมพันธ์ระหว่า