รุงยาที่มีชื่อเสียงมาก บ้างก็ได้กลายเป็นผู้ที่มีอำนาจในสำนักระดับสอง เป็นต้น
เพราะเป็นเช่นนี้ ถึงแม้ว่าหุบเขาโอสถจะไม่ได้เป็นสำนักที่มีระดับใด แต่ทั่วทั้งแดนใต้ ก็ไม่มีสำนักใดที่กล้าหาเรื่องหุบเขาโอสถ
“เจ้า!” เมื่อหัวหน้าหุบเขาเวินเหรินกล่าวเช่นนี้แล้ว ถึงแม้ว่าไป๋เวิงจะโกรธถึงขั้นสุด แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะลงมือจริง ๆ
“แล้วพวกเจ้าจะเสียใจ เมื่อถึงตอนนั้น หุบเขาโอสถของพวกเจ้าก็อย่าได้มาคุกเข่าขอร้องหุบเขาหมอเทวดาก็แล้วกัน!”
สีหน้าของหัวหน้าหุบเขาเวินเหรินเขียวคล้ำด้วยความโกรธ “เด็ก ๆ ส่งแขก!”
หุบเขาโอสถบีบบังคับให้ส่งแขก ในปีนี้หุบเขาหมอเทวดาถูกหุบเขาโอสถขับไล่ถึงสองครั้งสองคราแล้ว
หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินกล่าว “หลายปีที่ผ่านมานี้ คนของหุบเขาหมอเทวดาเย่อหยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ อันที่จริงตาเฒ่านั่นก็ได้หม้อพิษสามอสูรไปแล้ว แต่ยังอยากจะได้หอโอสถของพวกเราอีก ยังไงพวกเขาก็คงต้องชั่งน้ำหนักดูให้ดี”
“ถ้าหากในหม้อพิษสามอสูรมีสิ่งมหัศจรรย์อยู่จริง…”
มู่เฉียนซีกล่าว “หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินอย่าได้กังวลใจเรื่องหอโอสถเลย จากการที่ข้าศึกษามาหลายวันนี้ ข้าคิดวิธีได้แล้ว เพียงแต่ว่ามันยังไม่สมบูรณ์แบบก็เท่านั้นเอง”
เดิมทีคิดจะทำให้สำเร็จก่อนแล้วค่อยบอกพวกเขา แต่ตอนนี้คนเลวทรามต่ำช้าอย่างหุบเขาหมอเทวดามาทำให้หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินกังวลใจอย่างไม่เป็นท่าเช่นนี้ มู่เฉียนซีจึงจำเป็นต้องบอกกับพวกเขาล่วงหน้า
“ว