ด้แน่
ยังต้องผ่านการทดลองอีกหลาย ๆ ครั้งถึงจะได้ สองสามวันนี้พยายามอีกสักหน่อยก็คงปรุงออกมาได้
หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินคิดจะไปจับคนอีกครั้ง เมื่อฟ้ามืดก็เตรียมพร้อมที่จะไปจับตัวมู่เฉียนซีให้พักผ่อน แต่ผลลัพธ์คือ…
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของหุบเขาหมอเทวดาแผ่ซ่านออกมา จิตสังหารนั้นเข้ามาในหุบเขาโอสถแล้ว หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “หุบเขาโอสถทุกคนระวังตัวด้วย มีศัตรูแอบลอบโจมตี”
ขวั่บ ขวั่บ ขวั่บ! ยอดฝีมือของหุบเขาโอสถก็ได้พรวดออกไปแล้ว
ปัง! เมื่อตะวันได้ตกดิน พวกเขาก็ได้เผชิญหน้ากันแล้ว
หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินมองไปที่ผู้ที่เป็นผู้นำผู้นั้น และกล่าวว่า “ไป๋เวิง เจ้าไม่ฟังคำเตือนของข้าจริง ๆ คิดจะเป็นศัตรูอย่างสมบูรณ์กับหุบเขาโอสถงั้นรึ เจ้าคิดว่าหุบเขาหมอเทวดาของพวกเจ้าจะชดใช้ไหวรึ ?”
ไป๋เวิงกล่าวอย่างไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดว่า “หุบเขาโอสถของพวกเจ้ามีชื่อเสียงเช่นนี้ก็เพราะว่ามีหอโอสถไม่ใช่หรอกรึ ขอเพียงแค่พวกข้าได้หอโอสถมาครอบครอง เมื่อถึงตอนนั้นก็คงจะมีชื่อเสียงมากกว่าหุบเขาโอสถของพวกเจ้าแน่ และคงไม่มีผู้ใดจดจำหุบเขาโอสถของพวกเจ้าได้”
หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินกล่าวอย่างเย้ยหยันว่า “คนของหุบเขาหมอเทวดาอย่างพวกเจ้าช่างเป็นคนที่ฝันกลางวันเก่งเสียจริง หอโอสถของพวกข้า เจ้าคิดว่าเจ้าจะหามันเจองั้นเหรอ ?”
“หากพวกเจ้ามีความสามารถที่จะหาเจอ เกรงว่าหอโอสถก็คงเป็นของหุบเขาหมอเทวด