ว่าข้าเห็นแวบเดียวก็รู้ว่านี่ไม่ใช่หม้อเทพนิรันดร์ แต่เป็นหม้อพิษสามอสูร” มู่เฉียนซีกล่าว
“สาวน้อย เจ้าต้องคุยโวโอ้อวดไปเป็นแน่!” ไป๋เวิงกล่าวอย่างเย็นชา
มู่เฉียนซีมองไปที่หัวหน้าหุบเขาเวินเหริน และกล่าวว่า “กลไกวิญญาณของหอโอสถเคยบอกข้าว่ามันรู้ว่าหม้อเทพนิรันดร์เป็นเช่นไร หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินลองไปถามหอโอสถดู ก็จะได้รู้ทุกอย่างอย่างกระจ่างแจ้งแล้ว”
หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินกล่าว “ข้าจะไปถามนายท่านหอโอสถ!”
ตอนนี้สีหน้าของเหล่าบรรดาคนของหุบเขาหมอเทวดาดำคล้ำยิ่งกว่าก้นหม้อเสียอีก ไป๋เวิงกล่าวเสียงขรึมว่า “ไม่ต้องไปถามแล้ว นี่คือหม้อพิษสามอสูรจริง!”
หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินกล่าว “พวกเจ้าหุบเขาหมอเทวดานับวันยิ่งไร้ยางอายมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว นึกไม่ถึงว่าจะกล้าโกหกพวกข้า”
คนของหุบเขาหมอเทวดาเหล่านี้กล่าววาจาโกหกโดยที่ไม่รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังกล้ากล่าวต่ออีกว่า “หม้อพิษสามอสูรเป็นถึงวัตถุเลียนแบบหม้อเทพนิรันดร์ ระดับของมันสูงกว่าหอโอสถมาก รอให้กลไกวิญญาณตื่นขึ้นมา มันต้องมีวิธีทำให้หอโอสถกลับมาเป็นปกติได้แน่นอน พวกเจ้าต้องคำนึงถึงข้อสำคัญนี้สิ!”
“อีกอย่าง พวกข้ามีวัตถุที่เลียนแบบอยู่ การจะหาหม้อเทพนิรันดร์เจอนั้นมันก็อยู่ไม่ไกลแล้ว ตกลงหอโอสถนี้พวกเจ้าจะให้พวกข้ายืมหรือไม่ หากไม่ให้ หอโอสถก็คงมีเพียงเส้นทางแห่งความตาย แล้วอย่าหาว่าหุบเขาหมอเทวดาของพวกข้าไม่ให้โอกาสพวกเจ้า!” ไป