นั้นได้ ต่อให้ตอนนั้นจะหลับใหลไปจนกว่าเจ้าจะมาช่วยข้า ข้าก็ไม่เป็นกังวลแล้ว”
“คนงามเจ้าต้องเชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้นะ เจ้าเป็นถึงเจ้าของหม้อเทพนิรันดร์ ก็แค่หลอมยาขั้นสวรรค์ระดับเก้า สำหรับเจ้าแล้วปัญหาก็คือเวลาเท่านั้น”
มู่เฉียนซีกล่าว “ช่างน่าเสียดายที่ตอนนี้นิรันดร์ยังไม่ตื่นขึ้นมา มิเช่นนั้นแล้วเขาคงต้องมีวิธีอื่นที่จะช่วยเจ้าได้แน่”
“คนงามอย่าได้กังวลถึงเพียงนั้นเลย ข้าไม่ได้หลับใหลไปเร็วเช่นนั้น ข้ารอเจ้าได้! รอเจ้าเสมอ!”
“ชั้นที่เจ็ด มีคนขึ้นไปได้แล้ว อีกทั้งยังผ่านการทดสอบแล้วด้วย”
ตอนนี้หัวหน้าหุบเขาเวินเหรินแห่งหุบเขาโอสถกับเหล่าผู้อาวุโสล้วนแต่รู้สึกว่าตนเองนั้นกำลังฝันอยู่ก็มิปาน นานแล้วก็ยังไม่มีผู้ใดเรียกสติกลับมาได้เลย
“ผ่านมาหลายพันปีแล้ว ผ่านมาหลายพันปีแล้ว ในที่สุดอัจฉริยะเช่นนี้ก็ปรากฏขึ้น ในที่สุดก็มีคนมาช่วยหอโอสถแล้ว”
“หอโอสถเป็นแสงสว่างนำทางของนักปรุงยาทั่วทั้งแดนใต้ หากมันหลับใหลไปจริง ๆ นับจากนี้เกรงว่านักปรุงยาในแดนใต้ของพวกเราคงจะถอยกลับไปเป็นเหมือนดั่งหลายร้อยปีก่อน”
“ไม่รู้ว่าเป็นอัจฉริยะคนใด จากสำนักใดที่ผ่านการทดสอบชั้นเจ็ดไปได้”
ในขณะที่พวกเขากำลังตื่นเต้นและประหลาดใจอยู่นั้น มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นว่า “เอาล่ะ! ส่งข้าออกไปเถอะ เรื่องนี้ข้าจะไปปรึกษากับหัวหน้าหุบเขาเวินเหรินดู สถานการณ์ของเจ้าในตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะดีนัก คงจะไม่ให้เจ้ารอถึงหลายสิบปีหลายร้อย