อันที่จริงแล้วมู่เฉียนซีก็จนปัญญาเช่นกัน “การที่ข้าเข้าร่วมการคัดเลือกของหอโอสถในครานี้ ดูเหมือนว่าข้าจะโชคไม่ดี”
ไป๋เหลิ่งชวงกล่าว “จริงด้วย!”
ตอนที่ประลองปรุงยาที่หุบเขาโอสถ ขาดสมุนไพรวิญญาณที่สำคัญไปอย่างหนึ่ง ทรมานไปครึ่งค่อนวัน แต่ในที่สุดก็โชคดีที่หลอมยาจินหยางออกมาได้
เมื่อเข้ามาในหอโอสถการทดสอบของสามชั้นแรกนางล้วนแต่มีความชำนาญเชี่ยวชาญมาก ดังนั้นนางจึงนำหน้ามาตลอดทาง แต่เมื่อเข้ามาถึงชั้นที่สี่นางก็ตกอยู่ในความยากลำบากนี้
มีคนขึ้นมาถึงชั้นที่สี่แล้ว อีกทั้งยังแซงหน้าอวี้เหลียนชิงพรวดขึ้นไปชั้นที่ห้าได้แล้ว และนี่ทำให้อวี้เลียนชิงถึงกับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนกระทืบเท้าอย่างรุนแรง
หุบเขาหมอเทวดาตั้งตนเองว่าเป็นสำนักปรุงยาอันดับหนึ่งในแดนใต้ คิดว่าพวกเขานั้นไร้เทียมทานในใต้หล้าแล้ว ไม่มีผู้ใดสามารถเทียบเทียมพวกเขาได้ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า
ต่อให้ไม่มีมู่เฉียนซี อวี้เหลียนชิงคิดจะโดดเด่นเป็นหนึ่งในการคัดเลือกของหอโอสถในครั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
คนอื่นพรวดไปทีละคน ๆ ไป๋เหลิ่งชวงจำต้องบอกลามู่เฉียนซีไปด้วยความเสียดาย และพรวดตามไปเช่นกัน
ในตอนนี้มู่เฉียนซีก็ได้สังเกตการณ์ผ่านด่านของคนอื่น ๆ อย่างไม่เร่งรีบ ถึงแม้ว่านางจะไม่ใช่จอมภูตพลังธาตุอัคคี แต่นางก็ไม่มีทางยอมแพ้ไปง่าย ๆ เด็ดขาด
ครั้งนี้อวี้เหลียนชิงได้ผ่านด่านแล้ว เขากล่าว “แม่นางมู่ ข้าว่าเจ้าอย่ามัวแต่เ