นจากไปด้วยท่าทางที่ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด ทุกคนก็ถูกกระตุ้นอีกครั้ง
พวกเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่ามู่เฉียนซีเป็นนักเรียนของสำนักส่วนใน การฝึกฝนหลักของนางไม่ใช่การปรุงยา แต่เป็นการฝึกฝนพลังวิญญาณ!
ไม่ใช่การฝึกฝนหลัก ไม่ได้ใจจดใจจ่อกับการปรุงยา แต่ฝีมือเก่งกาจกว่าผู้ที่ใจจดใจจ่อกับการปรุงยาหลายร้อยเท่า นี่ยังใช่มนุษย์อยู่หรือไม่!
อาจารย์ใหญ่หวงฝู่กับผู้อาวุโสสูงสุดเห็นพวกเขาถูกปราบลงเช่นนี้ก็รู้สึกทนดูต่อไปไม่ได้แล้ว “เจ้าหนูมู่ซีนั่นหลอกลูกศิษย์ตัวเองอย่างน่าสังเวชเช่นนี้แล้วตัวเองหายหน้าหายตาไปไหนซะแล้วหล่ะ เห็นพวกเขาถูกปราบจนมีสภาพที่เศร้าโศกเช่นนี้ รสชาตินี้มันช่างรุนแรงยิ่งนัก เอาความมั่นใจของทุกคนทำลายจนพังยับเยิน เหตุใดเขาถึงไม่ออกมาปลอบใจเจ้าเด็กเหล่านี้” อาจารย์ใหญ่หวงฝู่บ่นพึมพำ
มู่เฉียนซีไม่ได้กลับไปยังสำนักส่วนใน แต่นางแปลงร่างเป็นอาถิงและกลับมายังหน่วยสำนักปรุงยาอีกครั้ง
เป็นผลให้คนที่อยู่ในสนามประลองกลุ่มนี้ต่างก็งุนงง มู่เฉียนซีทำเสียงกระแอมออกมา “อ่ะ แฮ่ม!”
“แค่นี้ก็โดนปราบแล้วเหรอ เหตุใดพวกเจ้าไม่คิดบ้างล่ะว่าในดินแดนสี่ทิศนี้มีอัจฉริยะนักปรุงยาอีกตั้งกี่คน นี่พวกเจ้าเจอแค่คนเดียวก็โดนปราบจนถึงเพียงนี้แล้ว ดูท่าว่าสิ่งที่ข้าสอนพวกเจ้าไปทั้งหมดคงจะเปล่าประโยชน์ เช่นนั้นก็วางยาพิษพวกเจ้าให้สิ้นไปเลยแล้วกัน”
พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ดูไม่เหมือนมนุษย์แต่งดงามเหมือนภูตผู้