ะสีม่วงเริ่มการต่อสู้ขึ้นบนเวทีประลอง
อาวุธลับของหวงหนีคือแส้ที่เต็มไปด้วยหนาม มันกวัดแกว่งไปมาอย่างพลิ้วไหวอยู่บนเวทีประลอง ปัดเข้าโจมตีมู่เฉียนซีจากมุมต่าง ๆ อย่างไม่ลดละ
หวงหนียิ้มหยัน “ศิษย์น้องมู่ ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามียาดี ๆ อยู่ไม่น้อย ทำไมถึงไม่หาอาวุธดี ๆ ให้ตัวเองสักอย่างหนึ่งเล่า ?! หากเจ้ายังไม่ชักกระบี่เล่มแย่ ๆ นั้นที่หักแล้วตีใหม่แต่ตีใหม่แล้วหักอีก เช่นนั้นก็จะไม่เหลือโอกาสแล้วนะ”
เอวของนางบิดไปมาเหมือนกับแส้ของนาง ร่างนางก็พุ่งไปทางมู่เฉียนซี
ด้วยการที่มู่เฉียนซีต่อสู้ชนะบ่อยครั้งจนเลื่องชื่อขึ้นมา กระบี่มังกรเพลิงที่ใช้ได้คราวละครั้งก็ได้เป็นที่ลือนามขึ้นมาเช่นกัน
มู่เฉียนซียิ้มเยาะ “ตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้มัน”
“มังกรวารีพิฆาต!”
เมื่อหวงหนีเข้ามาใกล้ มู่เฉียนซีก็ได้กลิ่นดอกไม้ลอยมาอย่างเข้มข้น กลิ่นหอมของดอกไม้นี้มีผลต่อการทำให้ผู้ที่ได้กลิ่นรู้สึกสับสนและเสียพลังในการต่อสู้ไป แน่นอนว่าคนธรรมดาทั่วไปนั้นยากที่จะต้านทานต่อฤทธิ์ของมันได้
แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวิธีการเช่นนี้ของหวงหนีเหมือนกับการตีขวานให้ปรมาจารย์หลู่ปานชม (ปรมาจารย์หลู่ปานเป็นผู้ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการสร้างอาวุธและกลไกอย่างที่สุดในยุคโบราณ เรียกได้ว่าไม่อาจหาผู้ใดเทียบเทียมได้)
— ฟึ่บ! —
มู่เฉียนซีปล่อยเข็มยาพุ่งออกไปอย่างมั่นใจ
— กึก! กึก! กึก! —
ทว่าหวงหนีสามารถปัดป้องมันไปได้ทั้งหมด นางยกยิ้มม