“กองกำลังขั้นสำนักนิกายระดับสามเลยเชียวรึ ?” มู่เฉียนซีอ้าปากค้าง
“นี่เป็นการคาดการณ์อย่างต่ำที่สุดแล้ว และบางทีมันอาจจะไม่ใช่แค่นั้น เมื่อใดก็ตามที่เจ้าต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังขั้นสำนักนิกายระดับสาม ความพยายามของเจ้าทั้งหมดจะสูญเปล่า” จวินโม่ซีกล่าวขรึม ๆ
“ถ้าหากว่าสิ่งที่ข้ารู้มานั้นไม่ผิดพลาดละก็นะ กองกำลังขั้นสำนักนิกายระดับสามในโลกทั้งสี่ทิศมีเพียงสามแห่งเท่านั้น นั่นก็คือตำหนักตงจี๋ที่เขตตะวันออก ตำหนักเป่ยหานที่แดนเหนือ และแคว้นเทพฟ่านอินแห่งทิศตะวันตก
อย่างไรเสียนางก็ได้อ่านหนังสือจากจวนชางไห่และหนังสือจากห้องตำราของสำนักศึกษาซวนเสียมาตั้งมากมาย นางย่อมรู้จักโลกทั้งสี่ทิศเป็นอย่างดี
จวินโม่ซีกล่าว “สำนักนิกายระดับสามเหล่านี้มิได้มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นหมื่นปีแล้ว”
“แคว้นเทพฟ่านอินเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่เคารพบูชาในพระพุทธเจ้าอย่างถึงที่สุด จึงมีความเป็นไปได้น้อยนิดนัก เช่นนั้นก็เหลือแค่เพียงตำหนักเป่ยหานและตำหนักตงจี๋แล้วล่ะ”
ตอนนี้มีข่าวแพร่ออกไปยังกองกำลังขั้นสำนักนิกายระดับสามว่าหอหมอปีศาจที่มีผู้ควบคุมดูแลอยู่เพียงสองคนแข็งแกร่งกว่ากองกำลังขั้นสำนักนิกายระดับสองเสียอีก
แต่นางรู้ดีว่าหอหมอปีศาจของนาง นอกจากนักปรุงยาแล้ว ผู้แข็งแกร่งในด้านอื่นนั้นมีอยู่น้อยเสียจนน่าสงสารและแทบจะเทียบกับสำนักนิกายระดับหนึ่งไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
“เพื่อคืนอิสรภาพให้อารองอย่างปลอดภัย และเรื่องของการ