ปะทะกับกองกำลังขั้นสำนักนิกายระดับสามนั้นเป็นเรื่องยากจะหลีกเลี่ยงได้ ข้าไม่ยอมถอยแน่ และผู้ที่กล้ามาควบคุมอารองกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังของคนผู้นั้นจะต้องชดใช้ในสิ่งที่มันทำไว้”
จวินโม่ซียิ้มและกล่าวขึ้น “ข้าขายร่างกายให้แก่เจ้าไปนานแล้ว เจ้าเองก็ถือโอกาสนี้แก้แค้นให้ข้าด้วยเลยแล้วกัน”
“ไสหัวไปเลย! เจ้าไม่ได้ขายร่างกายให้แก่ข้าแต่เจ้าขายให้แก่อาหารอันเลิศรสฝีมือข้าต่างหากกระมัง แค้นของตนก็จงแก้แค้นเอาเอง ข้าไม่ได้มีเวลาว่างมากขนาดนั้น” มู่เฉียนซีเตะเขาออกไปทันที
‘มู่เฉียนซี เจ้านี่ก็จะมากไปแล้ว เจ้าเป็นผู้นำตระกูลและเจ้าของกิจการที่ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องกิจการงานต่าง ๆ เท่าไรข้ายังพอเข้าใจ แต่เรื่องความแค้นของการถูกฆ่าล้างตระกูล เจ้าก็ยังจะไม่สนใจอีกรึ ?’ จวินโม่ซีคิดอย่างเหนื่อยหน่าย
“ข้ายอมเหนื่อยและรับเรื่องบาดหมางไม่ยุติธรรมเพื่อเจ้า แต่เจ้ากลับทำเช่นนี้กับข้า ฮือ! เจ้ามันใจร้าย มู่เฉียนซีเจ้ามันใจร้าย!” แววตาของจวินโม่ซีนั้นทุกข์ทนอย่างที่สุด
ทว่ามู่เฉียนซีหาได้สนใจไม่ นางเพียงยักไหล่ให้เขาเท่านั้น
หลังจากสาธยายกับจวินโม่ซีจบ นางก็กลับไปพักผ่อน
……
เงาร่างสีแดงเข้มเงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาทางหน้าต่าง เขามองดูมู่เฉียนซีอย่างทำใจไม่ได้อยู่นานสองนาน และเตรียมตัวที่จะหันหลังจากไป
ทว่าเขาก็รู้ว่าการที่จะจากไปเลยเช่นนี้เป็นสิ่งมิสมควร จึงหยิบพู่กันขึ้นมาเตรียมเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง แต่เมื่อจรด