หัวพู่กันลงไปกลับเขียนอะไรไม่ออก
เขากล้ำกลืนอารมณ์ความรู้สึกไว้ ก่อนจะพุ่งร่างออกไปที่ห้องของจวินโม่ซีทันที
จวินโม่ซีกำลังฝันถึงอาหารเลิศรสนานาชนิดและเขากำลังลิ้มรสมันอย่างเพลิดเพลิน แต่ทันใดนั้น เขาเกิดรู้สึกถึงลมดำมืดพัดมาทำให้ตกใจตื่นขึ้นมาในทันใด
ดวงตาของเขาเบิกกว้าง มองเห็นตรงหน้าต่างมีบุรุษผู้หนึ่งยืนมองเขาตรงนั้นอยู่เงียบ ๆ
“ดึกดื่นเช่นนี้ไม่หลับไม่นอน แล้วยังจะมาทำให้คนอื่นเขาตกใจกลัวอีก ทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไรกัน ?” จวินโม่ซีถามขึ้น
“ข้าต้องไปแล้ว วันรุ่งขึ้นฝากเจ้าบอกซีเอ๋อร์ด้วยว่าข้าจะช่วยหาตัวกระบี่ของกระบี่มังกรเพลิงเล่มนั้นให้”
“อ้อ! เช่นนั้นขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัยนะ” จวินโม่ซีกล่าวอย่างสุภาพ
“หลังจากที่ข้าไปแล้ว เจ้าอย่าได้คิดหรือวางแผนการอะไรที่ไม่เข้าท่าต่อซีเอ๋อร์ของข้า และเจ้าเด็กที่ชื่อว่ามู่ซีนั่น กันให้เขาอยู่ห่างจากซีเอ๋อร์หน่อย ส่วนชายอื่นที่คิดมิดีมิร้ายกับนาง ก็จงอย่าให้พวกเขาเข้ามาใกล้นางได้” หลิงกล่าวเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง
จวินโม่ซีส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “เฮ้อ! โปรดเข้าใจเถอะว่าข้าทำไม่ไหวจริง ๆ เจ้ามิใช่ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นมีพลังความสามารถแข็งแกร่งเพียงใด เช่นนั้นแล้วเรื่องพวกนี้เจ้าจัดการเองเสียจะดีกว่า ข้ารับรองเลยว่าข้าทำไม่ไหวหรอก”
โดยเฉพาะชายผู้ที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงเหมือนดั่งเทพมารซิวหลัวผู้นั้น ยิ่งรับมือได้ยาก! หากว่าตามตรง ใครจะรับมือกับชายที่ชื่อจิ