น่”
อู๋ตี้กล่าวเสริม “ใช่ และอีกอย่าง ไม่ง่ายเลยกว่าที่นายท่านจะช่วยชีวิตเจ้ามาได้ แต่เจ้ากลับบีบคอนายท่านจนเกือบสำลักตาย”
หลิงรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากที่ถูกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองตัวตำหนิ
“ซีเอ๋อร์…” เขาไม่มีอะไรจะอธิบาย ทำได้เพียงยอมรับผิดเท่านั้นเอง
มู่เฉียนซีกลับยิ้มและหัวเราะร่า “ฮ่า ๆ ท่านอารอง ไม่ได้เจอกันเสียนานเลย”
ไม่ว่าอารองจะเป็นญาติหรือมีความสัมพันธ์อื่นใด นางก็ล้วนยอมรับแล้ว เพราะความรักของเขาที่มีต่อนางเหมือนกับท่านอาไม่มีผิด หากบอกว่าไม่ใช่คนของตระกูลมู่ ใครเล่าจะเชื่อ ?
ใบหน้าหล่อเหลานั้นปรากฏรอยยิ้มอันตื่นเต้นให้เห็น เขาจ้องมู่เฉียนซีแล้วกล่าวว่า “อืม ซีเอ๋อร์ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
“ภารกิจของข้าในป่าหนานเสียเสร็จสิ้นลงแล้ว ออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ หลังจากนั้นข้าค่อยคิดวิธีปรับสภาพร่างกายของท่านให้ดี”
แต่ละเรื่องของเขานั้นมิได้ทำให้สบายใจเลย
หากเปรียบร่างกายของเขากับกระจกบานหนึ่ง กระจกบานนั้นในตอนนี้ก็เหมือนกับกระจกที่มีรอยแตกร้าวกระจายอยู่ทั่วทั้งบานเสมือนเส้นใยแมงมุม หากไม่ระวังก็อาจทำให้มันแตกละเอียดเป็นเศษเล็กน้อยได้นับร้อยหมื่น
เช่นนั้นคนผู้นี้ก็คงต้องจบสิ้นแล้ว
“ตามที่ซีเอ๋อร์ว่าเลย” หลิงเชื่อฟังมู่เฉียนซีทุกอย่าง
เมื่อออกจากป่าหนานเสียก็ตรงเข้าไปในเมืองหนานเสีย ได้พบกับอารองทั้งที มู่เฉียนซีก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะกลับไปยังสำนักศึกษา
เมืองนี้ใกล้กับเทือกเขาหนาน