มู่เฉียนซีถลึงตาจ้องมองเขา สุดท้ายหลิงก็กล่าวว่า “ข้าเรียกเจ้าเช่นนี้ได้ใช่หรือไม่ ?”
“ได้ ญาติสนิทของข้าก็เรียกข้าเช่นนี้เหมือนกัน”
เขาคล้ายกับท่านอามากจริง ๆ รูปร่างหน้าตาสุดขั้วสองแบบอย่างชัดเจน คนหนึ่งอ่อนโยนดุจดั่งหยก อีกคนหนึ่งเย็นชาและเลือดเย็นมาก
อวัยวะบนใบหน้าก็ไม่เหมือนกันแม้แต่น้อย คนหนึ่งดุจดั่งหยกอย่างไร้ที่ติ อีกคนหนึ่งดุจดั่งรูปปั้นแกะสลักที่ดูสุขุมลุ่มลึก
“ญาติ!” เขากล่าวเสียงเบา
“อืม! เป็นท่านอาเล็กของข้า มู่อวู่ซวง!” มู่เฉียนซีกล่าวจบก็รีบกล่าวขึ้นว่า “เจ้าห้ามคิดอะไรทั้งนั้น มิเช่นนั้นแล้วเจ้าจะปวดหัวอีก”
เมื่อได้ยินชื่อนี้เขาก็มีปฏิกิริยาตอบโต้ทันที แต่ก็โชคดีที่มู่เฉียนซีห้ามเอาไว้ก่อน มิเช่นนั้นแล้วคงต้องแย่แน่
เขามองมู่เฉียนซีและกล่าวว่า “ข้าแน่ใจว่าเมื่อก่อนข้ารู้จักกับเจ้า! ซีเอ๋อร์!”
มู่เฉียนซีพยักหน้า “แต่ว่า ข้าไม่รู้จักเจ้า!”
อย่างน้อยนางที่ข้ามเวลามาก็ไม่รู้จักกับเขา
ถึงแม้ว่าจะไม่รู้จัก แต่ระหว่างทั้งสองก็มีความห่วงใยกันอย่างมิอาจตัดขาดได้
“ข้าอยากไปเจอเขา!” เขาลุกพรวดขึ้น แต่หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาไม่นาน ร่างกายของเขานั้นยังไม่ค่อยฟื้นตัวดีสักเท่าไหร่ เขาจึงยังยืนไม่คงที่
“เจ้าอย่าได้รีบร้อนเช่นนั้น!”
เขากล่าวเสียงขรึมว่า “ข้าหลงลืมเรื่องสำคัญ ๆ ไปหลายเรื่อง แล้วก็ลืมเรื่องที่ต้องทำไปแล้วด้วย ดังนั้นข้าต้องคิดให้ออก!”
“แต่ว่า ตอนนี้ท่านอาเล็กข