เวรยาม!”
สัตว์น้อยทั้งสองตัวมองไปที่หลิงด้วยความหงุดหงิด นายท่านสามไปแล้วก็ยังจะมีคนคนหนึ่งมาแย่งความรักไปจากพวกเขาอีก
เพื่อเขา นายท่านจึงให้พวกมันออกมาเสี่ยงอันตรายเฝ้าเวรยามกลางดึก ช่างน่าเสียใจยิ่งนัก! ฮือฮือฮือ!
มู่เฉียนซีกล่าว “พวกเจ้าพอได้แล้ว อย่ามาแกล้งทำตัวน่าสงสารอยู่ตรงนี้!”
นายท่านช่างไร้ความปรานียิ่งนัก!
ร่างทั้งสองกะพริบ และพวกมันก็ออกไปแต่โดยดี
“แค่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสาม ให้ข้าออกไปเฝ้าดีกว่าจะได้วางใจ!”
เสียงกล่าวของเขาไม่เบาเลย แน่นอนว่าอู๋ตี้กับเสี่ยวหงได้ยินคำพูดนี้แล้ว และพวกมันก็โกรธมากกับคำพูดนี้จนแทบอยากจะกัดเขาให้ตาย
เกินไปแล้ว! นึกไม่ถึงว่าจะมารังเกียจความอ่อนแอของพวกมัน
“ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสาม แต่ก็ดีกว่าคนป่วยเช่นเจ้า!” มู่เฉียนซีกล่าวโจมตีอย่างไร้ความปรานี
“เจ้าไม่ทำเตียงนอนให้ตัวเองแล้วจะนอนได้เหรอ!”
“ของที่ข้าเอาติดตัวมา ข้าได้ใช้ไปหมดแล้ว” สายตาของหลิงตกลงไปที่ร่างของนาง
“ข้าจะแบ่งให้เจ้าครึ่งนึง!”
“ไม่ได้!” เขารีบปฏิเสธทันที
“เจ้าเป็นเด็กผู้หญิง ค่อนข้างบอบบาง ขืนแบ่งมาให้ข้า ที่นอนก็แข็งหมด”
มู่เฉียนซีคิดว่าท่านอาผู้ที่อ่อนโยนดุจดั่งหยกของตนเองรักหลานสาวจนไร้เหตุผลแล้ว แต่นางกลับพบว่าญาติคนใหม่ผู้นี้ช่างไร้เหตุผลยิ่งกว่า
ขนสัตว์กองนี้ล้วนแต่นุ่มกว่าฟูกนอนเสียอีก แบ่งออกไปครึ่งหนึ่งก็พอดีแล้ว แข็งที่ไหนกันหล่ะ ?
มู่เฉียนซีทำได