อายุของปรมาจารย์นักปรุงยาระดับกลางทั้งหลายเทียบได้กับผู้อาวุโสหลายคนในสำนักศึกษาและดูเหมือนจะอายุมากกว่ามู่เฉียนซีถึงสิบเท่า
แต่เมื่อครู่มู่เฉียนซีสู้กับคนยี่สิบคนติดต่อกันแล้วพลังจิตยังดีถึงเพียงนี้ ทําให้พวกเขาหวาดกลัวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ในสายตาของพวกเขา เด็กตรงหน้าผู้นี้เป็นเหมือนสัตว์ประหลาดเฒ่าที่สวมหนังเด็กหนุ่ม แท้จริงแล้วอายุคงจะมากกว่าพวกเขาเสียอีกแน่ ๆ
พวกเขากล่าวด้วยเสียงต่ำ “อาจารย์มู่ได้โปรดชี้แนะด้วยเถอะ”
มู่เฉียนซียิ้มพึงพอใจ “ได้สิ”
เมื่อปรมาจารย์นักปรุงยาระดับกลางคนแรกหยิบเอาสูตรยาออกมาเพื่อปรุง มู่เฉียนซีก็บอกได้อีกครั้งว่าเขาต้องการปรุงยาอะไร
สีหน้าของนักปรุงยาผู้นั้นหม่นคล้ำลง เขาอุตส่าห์ปรุงยาที่หาได้ยากแล้ว เจ้าเด็กนี่กลับยังมองออกได้อีกรึ ? หรือว่าในใต้หล้านี้ ไม่มียาที่เจ้าเด็กนี่ไม่รู้จักแล้วจริง ๆ
มู่เฉียนซีมีข้อได้เปรียบอยู่ นางรับมรดกมาจากหม้อวิญญาณนิรันดร์ซึ่งครอบคลุมสูตรยาทั้งหมดตั้งแต่สมัยโบราณ กอปรกับได้อ่านสูตรยามามากมายและเรียนรู้กับจวินโม่ซีผู้เป็นอัจฉริยะของตระกูลยา มีน้อยสูตรมากจริง ๆ ที่นางจะไม่รู้
สุดท้าย ปรมาจารย์นักปรุงยาระดับกลางทั้งเจ็ดคน พ่ายแพ้ไปอย่างสมบูรณ์!
“ดูเหมือนว่าข้าจะต้องลงมือเองแล้ว!”
คนสุดท้ายคือปรมาจารย์นักปรุงยาระดับสูง เขาผู้นี้กับผู้อาวุโสทั้งห้าต่างไม่ลงรอยกัน ในตอนนั้นก็แย่งชิงตําแหน่งผู้อาวุโสของสํานักศึกษาไว้มิได้
เ