มื่อรู้ว่ามู่เฉียนซีถูกผู้อาวุโสทั้งห้าเข้าข้างก็ต้องการมาโจมตีมู่เฉียนซีเพื่อทําให้ผู้อาวุโสทั้งห้ารู้สึกอึดอัดคับใจ
“เจ้าหนู ชัยชนะที่ติดต่อกันของเจ้า มาถึงตรงนี้ก็เป็นอันหยุดได้แล้ว” ผู้อาวุโสอวิ่นกล่าว เขาหยิบสมุนไพรวิญญาณของตัวเองออกมาอย่างแข็งขันก่อนจะกล่าวต่อ “ณ ตอนนี้เจ้าน่าจะรู้ดีว่าข้าประสงค์ปรุงยาอะไรแล้วกระมัง”
มู่เฉียนซียักไหล่ “แน่นอนว่าข้ารู้ ยาระดับปฐพีขั้นที่เก้า เม็ดยาพยัคฆ์ ในบรรดายาระดับปฐพีขั้นที่เก้ามันค่อนข้างยากที่จะหลอมออกมาได้ หากเจ้าหลอมเม็ดยาชนิดนี้ ต่อให้ข้าหลอมเม็ดยาระดับเก้าก็ยากที่จะเอาชนะ”
“เหอะ ๆ ในเมื่อเจ้ารู้เช่นนี้แล้วก็จงยอมแพ้ไปซะ!” ผู้อาวุโสอวิ่นยืดอกอย่างอวดโอ่
มู่เฉียนซีตอบกลับ “แต่เม็ดยาพยัคฆ์เมื่ออยู่ต่อหน้ายาโบราณ มันไม่สามารถเทียบได้กับยาโบราณเลย”
“หืม ? นี่เจ้า… เจ้าสามารถหลอมปรุงยาสูตรโบราณได้งั้นรึ ? เป็นไปไม่ได้แน่!”
“เป็นไปไม่ได้ จำคำเจ้าไว้และรอดูเอาแล้วกัน!” ไม่พูดเปล่า มู่เฉียนซีเก็บหม้อเทพปาฮวางชิงมู่แล้วหยิบเอาหม้อวิญญาณนิรันดร์ออกมา
เม็ดยาที่จวินโม่ซีมอบให้ ทำได้เพียงช่วยให้นางมีพลังวิญญาณมากพอที่จะหลอมปรุงเม็ดยาระดับต่ำเท่านั้น แต่สูตรยาที่นางมีอยู่ในมือย่อมบดขยี้เม็ดยาพยัคฆ์ของผู้อาวุโสอวิ่นได้อย่างแน่นอน แต่เพื่อความมั่นใจจึงควรใช้หม้อวิญญาณนิรันดร์เสียจะดีกว่า
หม้อวิญญาณนิรันดร์นั้นสามารถช่วยหลอมยาออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบ