ี่ขึ้นมาถึงยอดเขาจึงเลือกที่จะต่อสู้กับข้า มู่เฉียนซีเจ้านี่มันร้ายนัก! ข้าเกลียดเจ้า!!!’ ซู่ซินเซี่ยได้แต่คิดในใจวนอยู่อย่างนั้น
มู่เฉียนซีนั่งดูสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ใต้ร่มไม้อย่างเกียจคร้าน นั่นทำให้ไฟโกรธในใจของสู้ซินเซี่ยปะทุแรงยิ่งขึ้น
ซู่ซินเซี่ยต่อสู้กับผู้อื่นอย่างบ้าคลั่ง ในใจก็คิดไปว่า ‘ข้าไม่เชื่อว่ายาของเจ้าจะมีแจกอย่างไม่รู้จักหมดสิ้น รอข้าสู้จนเจ้าแจกยาหมดเมื่อไหร่ เมื่อนั้นก็จะไม่มีผู้ใดเข้ามาท้าสู้กับข้าอีก’
แต่ปรากฏว่าสิบคนผ่านไปแล้ว ยี่สิบคนผ่านไปก็แล้ว ยาเม็ดที่มู่เฉียนซีมีก็ยังคงมีจำนวนมากอยู่
จนผ่านไปถึงหนึ่งร้อยคน…
ซู่ซินเซี่ยเหนื่อยแทบขาดใจ การต่อสู้ปกป้องแท่นในการสอบรอบเดือนเช่นนี้มิอาจปฏิเสธผู้ที่เข้ามาท้าชิงได้ จะเลือกไม่สู้ก็ได้ แต่ก็มีเพียงต้องลงจากแท่นหินสละให้คนอื่นไปเท่านั้น
ทว่านางอุตส่าห์ได้มายืนอยู่ที่ตรงนี้ทั้งที จะไปให้ผู้อื่นมาดันตกรอบไปได้เช่นไร นางไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน
ศิษย์คนอื่น ๆ ก็ตระหนักแล้วเช่นกันว่าจำนวนยาเม็ดที่มู่เฉียนซีมีติดตัวอยู่นั้นมากเสียจนน่าหวั่นเกรง ราวกับหลุมลึกจนไม่มีที่สิ้นสุดก็มิปาน
เดิมทีพวกเขานึกว่ายาเม็ดที่ซู่ซินเซี่ยมีติดตัวอยู่มีมากจนทำให้ผู้อื่นอิจฉา ทั้งสำนักศึกษาไม่อาจมีใครมาเทียบได้ แต่นึกไม่ถึงเลยว่ายังมีผู้ที่มียาเม็ดอย่างเหลือเฟือเช่นนี้อีกคนหนึ่ง อันที่จริงดูเหมือนจะมีมากกว่าซู่ซินเซี่ยเสียอีก
— ปัง! —
ในที่สุดซู