่ซินเซี่ยก็ยืนหยัดต่อไปไม่ไหว พลาดท่าถูกถีบลงมาจากแท่นจนได้
ร่างของนางล้มลงไปในโคลน อาภรณ์ผ้าพลิ้วสีขาวสว่างทั้งตัวของนางเปื้อนโคลนไปไม่น้อยเลย ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิงรุงรัง ที่น่าขันคือชายผู้ซึ่งถีบนางลงมาเป็นผู้ที่เมื่อก่อนเคารพนางยิ่งกว่าอะไรดี
ทั้งหมดเป็นเพราะนางบ้ามู่เฉียนซี ความซวยทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะนางบ้านั่นคนเดียว!
ซู่ซินเซี่ยคับแค้นใจ
…
ซู่ซินเซี่ยพ่ายแพ้ไปแล้ว คนที่เหลือที่ยังไม่ได้ท้าสู้กับนางพากันรู้สึกผิดหวังอยู่บ้างเล็กน้อยเพราะไม่มีโอกาสที่จะได้รับยาเม็ดระดับแปดแล้ว และในตอนนี้เอง มู่เฉียนซีเริ่มลงมือ นางเหาะไปจากใต้ต้นไม้ไปยังแท่นที่ซู่ซินเซี่ยเคยยึดเอาไว้แท่นนั้นก่อนจะกล่าวกับผู้ที่ยืนอยู่บนแท่นคนปัจจุบันว่า “เอาล่ะ ข้ากับเจ้าเรามาเริ่มการต่อสู้ชิงแท่นนี้เถอะ”
คนผู้นั้นกล่าวกับมู่เฉียนซี เขาไม่ได้ตื่นตระหนกเท่าที่ควร “หึ ๆ ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้ แต่มู่เฉียนซี เห็นแก่การที่ข้าทำความดีความชอบให้เจ้า เจ้าเบามือกับข้าหน่อยแล้วกัน”
“สบายใจได้ ข้าลงมืออย่างอ่อนโยนกับคู่ต่อสู้มาโดยตลอดแหละ” มู่เฉียนซีว่าพลางขยิบตา
พวกเขาหลายคนที่ยืนกันอยู่ตรงนั้นแสยะยิ้มมุมปาก ‘อ่อนโยนรึ… ตอนนี้เจ้าฮั่วเฟยยังนอนติดเตียงอยู่เลยนะนั่น เส้นผมก็ยังไม่งอกออกมา เนี่ยน่ะรึอ่อนโยน ?’
หลังจากประมือกันมาหลายกระบวนท่า ในที่สุดมู่เฉียนซีก็ถีบคนผู้นั้นลงไปจากแท่นหินชิงซวนได้สำเร็จ ทว่าแน