จิ่วเยี่ยราวกับสัตว์ร้ายที่เขมือบเหยื่อไม่อิ่มท้องก็มิปาน ทรมานมู่เฉียนซีจนนางเหนื่อยล้าไปทั้งตัว
นิ้วอันเรียวยาวของเขาลูบไล้ไปที่สัญลักษณ์ดอกบัวสีฟ้าอันเย็นยะเยือกนั้น ทำให้มู่เฉียนซีสั่นสะท้านไปทั้งตัว
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “จิ่วเยี่ย เป็นอะไรไป ?”
เขายังคงลูบไล้อยู่ที่สัญลักษณ์ดอกบัวนั่นอย่างใจจดใจจ่อ จากนั้นไม่นานนักเขาก็เอ่ยปากกล่าวว่า “มีคนรู้แล้วว่าข้าอยู่แดนใต้ ข้าต้องไปแล้ว!”
“ไป ?” มู่เฉียนซีผงะไป
เคยชินกับการที่มีท่านอาจารย์ผู้รอบรู้และมีความสามารถท่านนี้อยู่ข้างกาย ตอนนี้พอได้ยินว่าเขากำลังจะจากไป ในใจก็รู้สึกผิดหวังขึ้น
ก่อนหน้านี้ไม่นานนางยังอยากจะให้เขากลับไปจัดการเรื่องของเขา และตามหาคัมภีร์หมื่นคำสาป!
“แต่ข้าไม่ได้เห็นคนพวกนั้นอยู่ในสายตา เส้นทางการเติบโตของซี จะมาถูกพวกนั้นรบกวนไม่ได้” จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีไว้แน่นพลางกล่าว
มู่เฉียนซีหลับตาลง เอนกายพิงเขา ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นมองดูดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกคู่นั้น
“จิ่วเยี่ย กลับไปเถอะ!”
มู่เฉียนซีเอ่ยปากบอกให้เขากลับไป จิ่วเยี่ยกลับรู้สึกไม่สบอารมณ์ กลิ่นอายพลันเปลี่ยนไปและทวีความเย็นยะเยือกมากขึ้น
“รีบกลับไป และทำทุกวิถีทางเพื่อตามหาคัมภีร์หมื่นคำสาปให้เจอ รอหลังจากที่ข้ารักษาเจ้าหายดีแล้ว ข้าก็จะคิดค่ารักษาจากเจ้าไงล่ะ!”
มู่เฉียนซีจับไหล่จิ่วเยี่ย จากนั้นก็จูบลงบนริมฝีปากที