การประลองบนเวทีประลองขั้นปฐพีนั้น เย่อี้และมู่เฉียนซีต่อสู้กันจนเริ่มเข้าขั้นดุเดือดแล้ว
เหล่าบรรดาผู้มาร่วมชมนั้นพบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เวลานี้เห็นได้ชัดเลยว่าเย่อี้หายใจหอบจนแทบจะหายใจไม่ทันแล้ว ทว่าลมหายใจของมู่เฉียนซียังคงสงบนิ่งเสมือนตอนแรกเริ่ม
เห็นกันอยู่ว่าพลังความสามารถของเย่อี้แข็งแกร่งกว่านางมาก สถานการณ์เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลย แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
“เจ้า…” เย่อี้ทําได้เพียงจ้องมองมู่เฉียนซีด้วยสายตาอาฆาต
มู่เฉียนซีเลิกคิ้วกวน ๆ ก่อนจะกล่าวขึ้น “เหอะ! อ่อนแอ ถึงเวลาแล้วที่เจ้าต้องลงไปจากเวที เจ้าแพ้และสู้ข้าไม่ไหวแล้ว เปลี่ยนคนเถอะ”
“ทักษะตี้ซวน!”
การโจมตีปิดท้ายด้วยทักษะตี้ซวนเพียงกระบวนท่าเดียวก็เพียงพอที่จะทําให้เย่อี้สูญเสียพลังจนต้องลงจากเวทีประลองไป
— ปัง! —
เย่อี้กระเด็นออกไปด้วยกระบวนท่านี้ของมู่เฉียนซี ทุกคน ณ ตรงนั้นไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เลย นี่เป็นเรื่องจริงรึ ?
หลังจากเอาชนะเย่อี้ได้แล้ว มู่เฉียนซีก็ยังคงยืนอยู่บนเวทีประลอง นางถามขึ้นอย่างโอหังเพราะหวังให้พวกเขาหมั่นไส้อยากเข้ามาสู้ “เหอะ! พวกที่เหลือมีแต่พวกไก่อ่อนหรือเปล่า ทำไมยังไม่มีใครกล้าท้าประลองข้าอีกล่ะ ? มาสิ ถ้ามีก็เข้ามาอย่าได้มัวรีรอ”
มู่เฉียนซีคิดว่าตัวนางเพิ่งทะลวงผ่านหนึ่งระดับมาได้ก็ควรฝึกฝีมือให้ดี แน่นอนว่าเวทีประลองขั้นปฐพีนี้ก็ช่างเหมาะเจาะดีจริง ๆ
มู่เฉียนซีล