รในสายตานางนี้ให้ได้” “ใช่ ๆ ๆ”
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “จัดการเรอะ ? ไม่ทราบว่าเจ้าจะจัดการกับข้ายังไงดีล่ะ ? จะเอาสิบมารุมหนึ่งในที่แห่งนี้รึยังไง ?”
“พวกเราเป็นบุรุษ มิชอบวิธีการอย่างเช่นรุมโจมตีเจ้าเพียงผู้เดียวให้เสียศักดิ์ศรีอยู่แล้ว เจอกันที่เวทีประลองขั้นปฐพี เจ้ากล้าไปไหมล่ะ ?”
“เจ้าเพิ่งได้มาอยู่ที่ห้องเรียนระดับกลางนี้เพราะโชคดีได้มีอาจารย์พิเศษส่วนตัว พวกเรายังไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับเจ้าดี ๆ เลย เช่นนั้นมาทำความรู้จักกันด้วยการประลองยุทธ์หน่อยเป็นไง ?”
มู่เฉียนซีพยักหน้า ดวงตานางไม่มีความกลัวแฝงอยู่เลยก็ว่าได้ “ได้ ข้ายินดีเป็นคู่ต่อสู้ให้อยู่แล้ว” ตอนนี้นางทะลวงพลังเข้าขั้นจักรพรรดิแล้ว ทักษะเทียนซวนอันทรงพลังนั้นก็สมบูรณ์มากขึ้นทุกทีเพราะมีจิ่วเยี่ยคอยชี้แนะให้อย่างดี นางไปลานประลองเพื่อลองประมือกับพวกนี้ จะได้ทำให้อันดับมั่นคงสักหน่อยก็เป็นเรื่องไม่เลว
ในตอนนี้เอง ซู่ซินเซี่ยที่กำลังก้มหน้าอยู่เผยรอยยิ้มเยือกเย็นออกมาพลางคิดร้ายในใจ ‘เจ้าโง่มู่เฉียนซี ในเมื่อพูดดี ๆ ไม่ยอมต้องให้ใช้กำลังรุนแรงเข้าว่า เช่นนั้นก็อย่าได้หาว่าข้ามิเกรงใจ’
เมื่อมาถึงเวทีประลองระดับปฐพี หนึ่งในพวกเขาถามขึ้นว่า “สหายมู่เฉียนซี ในบรรดาหมู่พวกเราเจ้าอยากเลือกประลองกับผู้ใดในครั้งนี้ ?”
มู่เฉียนซีตอบแทบไม่ต้องคิด “ยังจะถามอีก แน่นอนว่าต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ข