วยหล่ะ!” มู่เฉียนซีกล่าวพลางมองจิ่วเยี่ย
“ได้!”
พลังวิญญาณแข็งแกร่งหาตำราก็สะดวก เพียงแค่พลังแผ่ซ่านไปก็เหมือนกับอ่านตำราไปแถวหนึ่งก็มิปาน
ชั้นที่หนึ่ง ชั้นที่สอง ชั้นที่สามก็หาไม่เจอ
ในฐานะที่เป็นนักเรียนชั้นเรียนระดับต่ำ มู่เฉียนซีไม่สามารถขึ้นไปชั้นสามได้ แต่ป้ายคำสั่งของอาจารย์ใหญ่ฉู่นั้นช่างมีประโยชน์ยิ่งนัก
นักเรียนชั้นเรียนระดับกลางส่วนมากกำลังฝึกฝนอยู่ในค่ายกลรวมวิญญาณ ส่วนผู้ที่มาอ่านตำรานั้นมีน้อยมาก
หลังจากที่ค้นหาถึงชั้นที่หก จิ่วเยี่ยจับมู่เฉียนซีและกล่าวว่า “เหนื่อยแล้วเหรอ!”
“ไม่หนิ่!”
ทว่า จิ่วเยี่ยยังคงพามู่เฉียนซีไปที่เก้าอี้ข้าง ๆ ให้นางนั่งบนตักเขา
“ไม่ต้องรีบร้อน!” จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงขรึม
“จะไม่รีบร้อนได้ยังไง ?” มู่เฉียนซีจ้องมองเขา
“ร่างกายของเจ้าเองเจ้าไม่เป็นกังวลเลย อยู่ในสำนักศึกษาข้าปลอดภัยมาก เจ้าให้สุ่ยจิ๋งอิ๋งส่งเจ้ากลับไปเถอะ ส่วนข้าจะอยู่ในดินแดนสี่ทิศตามหาคัมภีร์หมื่นคำสาปต่อ” มู่เฉียนซีกล่าว
ดวงตาของจิ่วเยี่ยเคร่งขรึมลง โอบกอดมู่เฉียนซีแน่น “ซีทำใจได้เหรอ ?”
“เจ้าคิดจะไล่ข้างั้นเหรอ ?”
ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกประกายความอันตรายอย่างมิอาจเปรียบได้
ทันทีที่ซู่ซินเซี่ยขึ้นไปชั้นหกก็ได้เห็นชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ริมหน้าต่าง หญิงสาวผู้นั้นถูกชายหนุ่มจับมือถือแขนอย่างแนบแน่น
แค่มองจากด้านหลัง ความแข็งแกร่งของชายผู้นั้นทำให้หัวใจของซู่ซินเซี่ยเ