เมื่อมู่เฉียนซีลงมือ ทักษะเทียนซวนแข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนมาก
นี่เป็นพลังอันทรงอานุภาพ!
— ปัง! —
ร่างของพยัคฆ์สะท้านฟ้ากระเด็นออกไปราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ มันตกลงไปในหลุมใหญ่บนพื้น เกิดเสียงกร๊อบดังลั่นแสดงว่ากระดูกในร่างของมันดูเหมือนหักเกือบหมดแล้ว
อันตรายของมู่เฉียนซีถูกจัดการไปเช่นนี้ เหล่าอาจารย์ที่ซุ่มดูอยู่และเตรียมลงมือพลันอ้าปากค้าง
“ศิษย์หญิงผู้นี้วิปริตดีแท้ อาจารย์คนไหนเป็นคนพามา ใครเป็นคนสอนทักษะวิญญาณให้นาง ?”
การมีตัวตนอยู่ในฐานะอาจารย์สอนมู่เฉียนซีของจิ่วเยี่ย มีอาจารย์เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รู้
ใบหน้าอาจารย์ใหญ่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ศิษย์หญิงที่ท่านผู้ยิ่งใหญ่จิ่วเยี่ยสอนจะอ่อนแอได้อย่างไรกัน ?
หลังจากจัดการกับอุปสรรคนี้แล้ว มู่เฉียนซีก็รีบพุ่งไปที่ยอดเขา
หวังชวนฝ่าวงล้อมออกไป มือยื่นเหยียดเตรียมคว้าธงนั้นไว้ เขาคิดว่าตัวเองทำสำเร็จแล้ว ทว่าทันใดนั้น ร่างสีม่วงพุ่งผ่านมาราวกับสายฟ้าฟาด พริบตาเดียวธงก็ตกไปอยู่ในมือของนาง
หวังชวนมองมู่เฉียนซีด้วยดวงตาเคืองแค้นอย่างที่สุด เขาตะเบ็งเสียงกล่าวอย่างเหี้ยมโหด “มู่เฉียนซี เจ้านี่มันมาได้ถูกเวลาจริง ๆ!”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเฉยเมย “อืม ข้ามาไม่เร็วไม่ช้ากำลังพอดี ธงนี้เป็นของข้าแล้ว”
หวังชวนขมวดคิ้ว “ฝันไปเถอะ ข้าจะคว้ามันกลับมาจากมือเจ้าประเดี๋ยวนี้นี่แหละ”
ไม่พูดเปล่า หวังชวนพุ่งตรงเข้าใส่มู่เฉียนซี หากแต่สิ่งที่มือต้องการจับไม