่ใช่ธงนั้น กลับเป็นจุดตายร้ายแรงของนาง
ความแข็งแกร่งระดับจักรพรรดิของเขาทําให้ผู้คนรู้สึกกดดันอย่างมาก
มู่เฉียนซีพุ่งขึ้นไปกลางอากาศ ริมฝีปากบางได้รูปยกยิ้มเยาะไร้วี่แววความหวาดหวั่น “เหอะๆ เจ้าคิดว่าข้ากลัวเจ้ารึ ? น่ากลัวตายล่ะ”
— ตูม! —
พลังของทั้งคนสองคนระเบิดขึ้นบนยอดเขา
ทุกคนมองไปยังสนามรบเบื้องหน้า มู่เฉียนซีที่มีระดับอ่อนแอกว่า เห็นได้ชัดว่าไม่มีข้อได้เปรียบในการต่อสู้แม้แต่น้อย แล้วนางจะชนะได้อย่างไร
“มังกรวารีพิฆาต!”
“ทักษะเทียนซวน!”
หวังชวนเป็นคนระมัดระวังตัว หลังจากทราบผลการประลองจัดอันดับของมู่เฉียนซี เขาเร่งศึกษาทักษะวิญญาณของนางและคิดหาวิธีรับมือกับนางไว้แล้ว
‘หึ ๆ มู่เฉียนซีเอ๋ย… สตรีตัวเล็ก ๆ เยี่ยงเจ้าจะทําอันตรายอะไรกับข้าได้ ?’ เขาคิดอย่างลำพองใจ
หวังชวนกล่าวเหยียดหยาม “มู่เฉียนซี ถ้าเจ้ามีแค่กระบวนท่าเดียวก็ยอมแพ้อย่างว่าง่ายซะ คุกเข่าลงขอโทษข้าและส่งธงมาให้ข้า ข้าอาจจะใจดีไม่ทําร้ายเจ้า”
“ฝันไปเถอะ!”
กระบี่มังกรเพลิงถูกมู่เฉียนซีหยิบออกมา นางตั้งท่าโจมตีไม่เกรงกลัว
หวังชวนนิ่งอึ้งไป “กระบี่ที่หักนั่น เจ้าซ่อมมันแล้วรึ ?”
ในตอนนั้นที่นางเอาชนะจูเก๋อเทียนอี้ได้ เป็นเพราะใช้กระบวนท่ากระบี่นั่น ขนแขนหวังชวนเริ่มลุกซู่
“มังกรเพลิงสังหาร!” มู่เฉียนซีโจมตีต่อ นางจะมัวเสียเวลาทำไมล่ะ
มังกรเพลิงสีแดงเข้มพุ่งออกไป หวังชวนหรี่ตาลง การโจมตีในครั้งนี้ช่างยุ่งยากเหลือเกิน
—