กเขาใกล้จะไล่ตามหวังชวนได้ทันแล้วแท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับพบกับความซวยอย่างกะทันหัน เบื้องหน้าของพวกเขามีเจ้าตัวใหญ่ตัวหนึ่งยืนคำรามอยู่
สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสอง มันคือพยัคฆ์สะท้านฟ้า!
หวังชวนหัวเราะเป็นการใหญ่ “ฮ่า ๆ ๆ พวกเจ้าโชคดีจริง ๆ น้อยคนนักจะได้พบกับพยัคฆ์สะท้านฟ้าโตเต็มวัยเช่นนี้ พวกเจ้าเข้าตาจนแต่จงสู้ต่อไป อย่าได้ถูกพยัคฆ์สะท้านฟ้ากินเข้าให้ล่ะ มิเช่นนั้นน้องชายคงได้เสียหญิงข้างกายผู้งดงามไปนางหนึ่ง”
สายตาของมู่เฉียนซีฉายแววเย็นยะเยือก ปากหนอปาก เจ้านี่มันรนหาที่ตายจริง ๆ
“เสี่ยวซี ข้าจะรั้งเจ้าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้เอง เจ้าไปที่ยอดเขาเร็ว ๆ เลย” โม่ซางคงรีบกล่าวลิ้นแทบพันกัน ฉินปา “ใช่แล้วพี่ใหญ่มู่ ท่านวางใจได้ ข้าต้องจัดการกับเจ้าพยัคฆ์สะท้านฟ้านี้ได้แน่”
มู่เฉียนซีขมวดคิ้ว “เจ้าอย่าได้ไร้สาระ มาจัดการเจ้าตัวนี้ด้วยกันนั่นแหละดีแล้ว”
“โฮก!”
เมื่อเผชิญการล้อมจากทั้งสามคน พยัคฆ์สะท้านฟ้าอ้าปากคำรามก้อง
เสียงสัตว์คำรามก้องสะท้อนจนอาจารย์ใหญ่ฉู่ที่ได้ยินตะลึงงัน “พยัคฆ์สะท้านฟ้าถูกทำให้ตื่นขึ้นแล้ว มันเกิดอะไรขึ้น ?”
“สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสอง นั่นมิใช่สิ่งที่เหล่าศิษย์รับมือได้ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขาล้วนมีขั้นไม่สูงเกินไปกว่าระดับสี่” “แย่แล้ว เดิมทีคิดว่าเจ้านั่นคงหลับอย่างสงบไม่ตื่นขึ้นมาเร็ว ๆ นี้ แต่มันดันตื่นขึ้นในตอนนี้พอดี พวกเราเตรียมตัวเอาไว้ จงเตรียมพร้