“ใช่ ศิษย์ใหม่ผู้นี้ไม่รู้จักอะไรควรไม่ควร เขาพุ่งเข้าไปเจ็ดสิบอันดับแรกอย่างรวดเร็วและแย่งค่าพลังวิญญาณไปสะสมแต่เพียงผู้เดียวมากขนาดนี้ ช่างน่าฟันให้คอขาดเสียจริง!”
“ซัดมันให้ตาย!”
หลังจากส่งมู่เฉียนซี จิ่วเยี่ยเก็บซ่อนกลิ่นอายของตัวเองเอาไว้พลางมองดวงตาดำคู่นั้นที่กำลังมองไปยังเวทีประลอง นางมองชายผู้หนึ่งถูกหมัดหนัก ๆ กระแทกหน้าจนเลือดสดไหลออกมาดูน่าสังเวช แต่ที่น่าทึ่งคือเขายังคงกัดฟันอดทนต่อไป
‘เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน นั่นคือฉินปา!’ มู่เฉียนซีตกใจ
ฉินปาที่นางรู้จักไม่ใช่คนโลภอยากจะเก็บเอาค่าพลังวิญญาณอย่างแน่นอน ที่เขาสู้ยิบตาแบบนั้นคงเป็นเพราะเขาชอบเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองในรูปแบบของการต่อสู้ซึ่งชอบเป็นพิเศษเสียด้วย มิเช่นนั้นคงไม่ไปท้าสู้ในสำนักศึกษาหนานเฟิงครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่แรก
แต่ถึงกระนั้น คู่ต่อสู้ของฉินปาเป็นจักรพรรดิแห่งภูตระดับสองผู้เก่งกาจ ฉินปาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
ดวงตาของอีกฝ่ายฉายแววเย็นเยือก เงาร่างพลันพุ่งออกไปราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ ขาข้างหนึ่งฟาดเข้าที่หัวเข่าของฉินปาไม่ยั้งแรง
— แกร๊ก! —
กระดูกหัวเข่าแตกเป็นเสี่ยง ๆ ฉินปาล้มลงกับพื้นทันที
“เหอะ! เจ้ามันก็แค่ขยะ ยังจะกล้าอวดดีกับข้าอีก”
สีหน้าของคนกลุ่มนี้เปลี่ยนไปอย่างมาก การได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ อย่างน้อยก็คงต้องนอนอยู่บนเตียงเป็นครึ่งปีกระมัง
ดวงตาของมู่เฉียนซีฉายแววเย็นยะเยือก ฉินปาถูกคนแบกลงมา