ม่ซางคงสัมผัสได้ถึงความเย็นชาและจิตสังหารแผ่ออกมาจากกายของบุรุษผู้นี้ มันเป็นจิตสังหารที่สามารถทำให้เขาขวัญหนีดีฝ่อได้ทุกเมื่อ ตอนนี้เขารู้สึกตึงเครียดเป็นอย่างมาก จะไม่ให้เครียดได้ยังไง ?! นี่เป็นบุคคลอันตรายที่สุดที่เขาเคยพบพานมาในชีวิตนี้…
โม่ซางคงกล่าวเสียงสั่นเล็กน้อย “เสี่ยวซี เจ้ายังมิได้ไปท้าประลองจัดอันดับ ด้วยความสามารถในการต่อสู้ข้ามระดับของเจ้า เมื่อเข้าร่วมการประลองจัดอันดับก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร อ้อ และเจ้ายังจะมีโอกาสได้รับค่าพลังวิญญาณด้วย” เพราะว่านางมีค่าพลังวิญญาณที่ได้มาจากการแลกด้วยยาเม็ดจึงทำให้นางลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
“การต่อสู้จัดอันดับงั้นรึ ? ทั้งยังสามารถทำกำไรเรื่องค่าพลังวิญญาณได้อีก อืม… น่าสนใจ เช่นนั้นข้าลองไปลุยกับพวกระดับล่างดูหน่อยก็ดีเหมือนกัน”
สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือนางนั้นได้ฝึกฝนกับจิ่วเยี่ย บุรุษผู้วิปริตอยู่ทุกวันจนเจ็บตัวไปหมดไม่ก็ถูกตำหนิอย่างรุนแรง นางจึงอยากไปสู้กับคนในระดับใกล้เคียงกันเพื่อเรียกเอาความมั่นใจของตนกลับคืนมา
มู่เฉียนซีมองใบหน้าไร้ที่ติของจิ่วเยี่ยก่อนจะถามขึ้น “อาจารย์จิ่วเยี่ย ข้าจะไปลงประลองจัดอันดับสักหน่อย อาจารย์คงไม่มีปัญหากระมัง”
“ได้”
เมื่อเสียงเยียบเย็นสิ้นสุดลง เงาร่างสีดำวาบแวบเคลื่อนเข้ามากอดร่างบางเอาไว้และได้พานางจากไปจากตรงนี้ในทันที แน่นอนว่าที่ที่พวกเขาจะไปคือเวทีประลองยุทธ์ของสำนักศึกษาซวนเสีย
ทันทีที