ลกค่าพลังวิญญาณมิใช่รึ ?
เด็กหนุ่มผู้นั้นที่ถูกสหายร่วมสำนักศึกษาเรียกว่าคนไร้ความสามารถ แล้วที่นางเกิดความคิดจะมาที่สำนักย่อยปรุงยาแห่งนี้ก็เพราะเคยได้สนทนากับเขา
ทว่าในตอนนี้ นางมิใช่มู่เฉียนซีแต่คือมู่ซี แน่นอนว่าเขาจำนางไม่ได้ อีกอย่าง เขาไม่เคยเงยหน้าขึ้นมาเลย
มู่เฉียนซีถามอีกครั้ง “เจ้าไม่เงยหน้าขึ้นมารึ ? หรือว่าหน้าของอาจารย์นั้นดูไม่ได้ ?”
“ปละ… เปล่า… มิใช่เช่นนั้นขอรับ” เขาตอบอ้อมแอ้ม “ข้าไม่กล้า…”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างใช้อำนาจ “ข้าเป็นอาจารย์ ตอนนี้ข้าขอให้เจ้าเงยหน้าขึ้นมามองข้า จากนั้นก็ตอบคำถามที่ข้ายังสงสัยอีกมากมาย ได้ยินหรือไม่ ?”
เขายังทำเหมือนกับไม่ได้ยิน และยังคงก้มหน้าอยู่เช่นเดิม บัดซบจริง!
มู่เฉียนซีจำต้องเป็นคนเลวสักครั้งหนึ่งแล้ว นางกล่าวยกตนข่มท่าน “นี่ศิษย์ เจ้าไม่ฟังสิ่งที่ข้าพูดเช่นนี้ ระวังข้าผู้เป็นอาจารย์จะไล่เจ้าออกจากห้องนี้ไป!”
คำพูดชั่วร้ายของมู่เฉียนซี ทำให้เด็กหนุ่มผู้นั้นจำต้องยอม เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ สายตาของเขาก็ตกไปที่บนร่างของมู่เฉียนซี
เวลานี้ ทั้งห้องเรียนเงียบสงัดอย่างที่สุด
เขาคิดว่าภายนอก อาจารย์คนใหม่คนนี้คงเป็นคนเสเพลหยิ่งยโส แต่เสียงล่ะ… เขาจะลืมเสียงที่ไพเราะนั้นไปได้อย่างไร
เด็กหนุ่มผู้นี้มีจิตใจบริสุทธิ์ไร้มลทินราวกับดวงวิญญาณบริสุทธิ์ดวงหนึ่ง และดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจในความคิดของมู่เฉียนซีดี จึงได้รีบก้มหน้ากลับลงไป