ะตูห้องเรียน
มู่เฉียนซีผลักประตูให้เปิดออกแล้วก้าวเข้าไปภายใน
เมื่อเห็นแผ่นหลังของ ‘อาจารย์มู่ซี’ แววตารองอาจารย์ใหญ่ส่องประกายแห่งการกลั่นแกล้งออกมา
“เจ้าเด็กน้อยร้านยาเอ๋ย เป็นเพียงเด็กน้อยไร้ชื่อเสียงแต่กลับกล้าที่จะมาเป็นอาจารย์ในสำนักศึกษาของข้า คิดว่าการเป็นอาจารย์นั้นมันง่ายนักรึ ? หึ ๆ อย่าได้คิดว่าเอาพวกผู้อาวุโสเหล่านั้นอยู่แล้วจะได้การปฏิบัติที่ดีจากข้า ข้ารับรองเลยว่าไม่ถึงสามวันเจ้าจะต้องไสหัวออกไปเองแน่” รองอาจารย์ใหญ่พึมพำกับตนเอง
เมื่อมู่เฉียนซีเปิดประตูเข้าไป ปรากฏว่า…
ในนั้นมีศิษย์เพียงคนเดียวนั่งรออยู่ในห้องศึกษาวิชา
ยังไม่ถึงเวลาเข้าศึกษาวิชาหรือยังไง ? มู่เฉียนซีขมวดคิ้วพลางนั่งลงและเปิดม้วนกระดาษข้อมูลเหล่านั้นออกดู นางพบว่าทั้งห้องศึกษาวิชานี้มีศิษย์ที่จะต้องเข้ามาร่ำเรียนทั้งหมดยี่สิบคน
หลังจากที่นางดูข้อมูลเสร็จ สายตาก็มองไปยังศิษย์ผู้ซึ่งนั่งอยู่ลำพังผู้นั้นอย่างพิจารณา
มู่เฉียนซีถามขึ้น “เจ้า นี่ยังไม่ถึงเวลาเรียนหรอกหรือ ?”
ศิษย์ผู้นั้นก้มหน้าอยู่ตลอดเวลา เมื่อได้ยินเสียงของอาจารย์ที่ใสเหมือนดั่งน้ำในบ่อเขาก็ตะลึงงันไป ในใต้หล้านี้มีเสียงที่ไพเราะเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ ?”
“ก่อนที่อาจารย์จะเข้ามาก็เป็นเวลาเรียนแล้วขอรับ”
นางรู้สึกว่าเสียงนี้คุ้นหูนัก มู่เฉียนซีเพ่งมองเด็กหนุ่มผู้นั้นก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างที่สุด และนางก็นึกออก นั่นเด็กหนุ่มที่ได้เจอกันตรงจุดแ