เดียวและศิษย์เจ้ายังเชื่อฟังท่านอาจารย์เป็นอย่างดี พรุ่งนี้ข้าจะต้องสอนศิษย์กลุ่มหนึ่ง เช่นนั้นแล้ว…”
“ซีเป็นศิษย์เชื่อฟังที่ไหนกัน ?” จิ่วเยี่ยมองมู่เฉียนซีด้วยแววตาหยอกเย้า
“แล้วข้าไม่เชื่อฟังตรงไหนล่ะ ? ยอมฝึกบำเพ็ญแต่โดยดี ยอมแม้กระทั่ง…”
“ไม่เชื่อฟังเมื่ออยู่ที่นี่” จิ่วเยี่ยชี้ไปที่เตียงนอนของนาง
ใบหน้าของมู่เฉียนซีพลันหม่นคล้ำลง นางกล่าวอะไรไม่ออกทันที
สุดท้ายก็ต้องยอมให้เขาอีกครา เมื่อจิ่วเยี่ยนั้นดูดดื่มจนหนำใจ เขาก็กล่าวขึ้น “ซีต้องไม่ดื้อไม่รั้น ไม่เช่นนั้นข้าจะลงโทษเจ้าอย่างหนัก”
มู่เฉียนซีเหนื่อยเสียจนใกล้จะฟังสิ่งที่เขากล่าวไม่ชัดเจนแล้ว นางเซเข้าไปกอดเขาอย่างแรง “คนที่ดื้อที่สุดคือเจ้าต่างหาก เข้าใจหรือไม่ ?”
……
อรุณรุ่ง
มู่เฉียนซีลุกขึ้นมาจากเตียง หลังจากที่นางเปลี่ยนโฉมเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ได้ไปรายงานตัวที่สำนักย่อยการปรุงยา
ชายร่างอ้วนกลมผู้หนึ่งเดินเข้ามากล่าวต้อนรับ “โอ้! เจ้าคืออาจารย์มู่ซีผู้มาใหม่ ข้านั้นเป็นรองอาจารย์ใหญ่ของสำนักย่อยปรุงยา ผู้อาวุโสแต่ละท่านกำชับข้าเอาไว้แล้วว่าให้ข้าจัดการเรื่องกลุ่มศิษย์ใหม่ที่จะเข้าเรียนและเรื่องเวลาในการเล่าเรียนหรือสอนวิชา”
มู่เฉียนซี “เยี่ยม! พาข้าไป”
“เชิญทางนี้เลย” “นี่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มห้องเรียนของเจ้า อาจารย์มู่รับเอาไว้ด้วย” รองอาจารย์ใหญ่นำม้วนกระดาษที่ระบุข้อมูลเหล่านั้นยัดใส่มือมู่เฉียนซีเมื่อนางมาถึงปร