ยที่สงสัยเกี่ยวกับตัวตนของเขา สงสัยในระดับการปรุงยาและที่มาที่ไปของเขา และแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้พวกเขาไม่มีโอกาสได้รู้อย่างแน่นอน
หลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น จิ่วเยี่ยก็ได้รับการกอดจากมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “อาจารย์จิ่วเยี่ย ข้าโดดเรียนมาและเจ้าก็โดดงานมาสองวันแล้ว เราควรจะกลับไปได้แล้ว”
“ได้สิ!”
ถึงอย่างไรแล้ว เขาก็ไม่อยากเห็นหน้าชายผู้นั้นอยู่แล้วด้วย
หลังจากที่โม่จิ่นเสร็จงานแล้ว เขาก็ได้เห็นกระดาษที่มู่เฉียนซีได้ทิ้งเอาไว้ให้และจากไป คิดได้ว่ามีเรื่องที่ยังต้องจัดการต่อ ชั่วครู่หนึ่งเขาก็แทบจะร้องไห้
“นายท่าน ในเมื่อโดดเรียนมาได้แล้วก็น่าจะอยู่ต่ออีกสักหน่อยแล้วค่อยกลับก็ได้!”
“ฮือ ฮือ ฮือ! ท่านช่างโหดร้ายเกินไปแล้ว”
ตอนนี้พวกคนคร่ำครึของหน่วยสำนักปรุงยาก็ได้รู้ข่าวแล้ว “ตอนนี้ในเสียโจวมีนักปรุงยาผู้หนึ่งมีชื่อเสียงมาก ชื่ออะไรนะ หมอปีศาจมู่ซีอะไรนั่นหน่ะ!”
“คนผู้นี้ไม่ใช่นักปรุงยาที่เหล่าฉู่แนะนำมาให้เป็นอาจารย์หรอกเหรอ ?”
“หรือว่าคนผู้นั้นมีฝีมือจริง ๆ ?”
“ได้ยินมาว่ายังเป็นหนุ่มที่อายุยังน้อยมาก หากไร้ฝีมือและคุยโวโอ้อวดเช่นนี้ ชื่อเสียงก็คงจะฉาวโฉ่ไปนานแล้ว หอหมอปีศาจก็คงจะเปิดต่อไปไม่ได้ แต่ตอนนี้หอหมอปีศาจนั่นกลับขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า!”
“จะไม่เป็นเช่นนั้นไปได้ยังไงหล่ะ ได้ยินมาว่าพวกเขาขายโอสถด้วย ประสิทธิภาพของโอสถนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเม็ดยาวิญญาณเลยน