บุรุษเยี่ยงจิ่วเยี่ย แน่นอนว่าไม่ยอมปล่อยผู้ที่ติดค้างหนี้ให้อยู่รอดไปได้ง่าย ๆ การที่จะค่อยเป็นค่อยไปนั้นคงชำระหนี้ไม่หมดสิ้น เช่นนั้นเขาต้องเก็บหนี้ถี่ขึ้นหน่อยเป็นธรรมดา
เหล่าศิษย์หน้าใหม่คนอื่น ๆ นั้นถูกอาจารย์ของพวกเขานำตัวไปสอนแล้ว แต่นางกลับถูกอาจารย์ส่วนตัวผู้นี้กลืนกินเสียจนสิ้น
มู่เฉียนซีจับริมฝีปากของตนที่เริ่มบวมขึ้นมา แล้วก่นด่าเขาด้วยความโกรธเคือง “จิ่วเยี่ย! เจ้ามันพวกฉวยโอกาส พวกเดรัจฉาน!”
“เดรัจฉานรึ ?” จิ่วเยี่ยกล่าวทวนคำนางด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “จื่อโยวกล่าวไว้ว่าเดรัจฉานไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตหล่อเหลาเช่นนี้ เจ้าต้องการให้ข้าเป็นเดรัจฉานจริง ๆ ให้เจ้าดูหรือไม่ล่ะ ?” ดวงตาเยือกเย็นนั้นทอแววอันตรายออกมา มู่เฉียนซีรีบเก็บคลื่นพลังที่ใช้กดดันเขากลับไป “เจ้า… ไม่… เจ้าไม่เป็นเดรัจฉานเลยแม้แต่น้อย เจ้าเป็นสุภาพบุรุษอย่างมาก เป็นสุภาพบุรุษยิ่งนัก”
ประโยคสุดท้ายนั้นมู่เฉียนซีกัดฟันกล่าวมันออกมา
มีอาจารย์พิเศษส่วนตัวก็ยังไม่เท่าไร แต่อาจารย์ส่วนตัวผู้นี้ยังจะมาหอพักของนาง และต้องการนอนร่วมเตียงเคียงหมอนด้วยกันอีก
“จะร้ายดีอย่างไรสำนักศึกษาซวนเสียก็เป็นสำนักนิกายระดับสองแห่งหนึ่ง หรือว่าอาจารย์ของที่นี่ไม่ได้จัดการแม้แต่เรื่องที่พักให้เจ้า ?” มู่เฉียนซีถามขึ้น
“ข้าไม่ต้องการ ข้ามาที่นี่เพื่อเจ้า แน่นอนว่าเจ้านอนที่ไหนข้าก็นอนที่นั่น” จิ่วเยี่ยมองมู่เฉียนซีอย่างลึกซึ้ง มาเพื่