าขาดความมั่นใจในตนเอง ชอบก้มหน้าตลอดเวลาไม่กล้ามองมู่เฉียนซี แต่สายตาของเขานั้นเฉียบแหลมมาก ทักษะการต่อราคาก็ร้ายกาจอย่างยิ่ง ทำให้เจ้าของแผงขายของไม่พอใจอย่างหนักเมื่อได้เห็นเขา
ในตอนนี้เอง กลุ่มศิษย์ที่ใส่ชุดคลุมยาวสีขาวกลุ่มหนึ่งก้าวเข้ามา มองดูแล้วที่นี่หรือแม้กระทั่งบนตัวชายหนุ่มผอมกะหร่องผู้นี้ไม่มีสมุนไพรวิญญาณที่ดูมีค่ามากมายนัก และพวกเขาก็ไม่ได้ดูเหมือนพวกที่มีสมุนไพรวิญญาณมาขาย แต่พวกนั้นกลับเข้ามาจับตัวเด็กหนุ่มผอมกะหร่องที่ยืนก้มหน้าอยู่นี้เอาไว้
“ฮ่า! ดูซิว่าเราเจอใคร ที่แท้ก็เป็นเจ้านักปรุงยาไร้ความสามารถอันดับหนึ่งแห่งสำนักศึกษาเรานี่เอง เจ้ามาที่นี่แล้วจะทำอะไรได้ ? สมุนไพรวิญญาณที่ว่าจะดีแค่ไหน เมื่ออยู่ในมือเจ้า เจ้าก็ไม่สมารถปรุงมันได้”
“ขออภัยเจ้าด้วยศิษย์น้องหน้าใหม่ ข้าต้องไปแล้ว” เขากล่าวกับมู่เฉียนซีด้วยเสียงต่ำ
“ได้ ข้าจะส่งมอบค่าพลังวิญญาณให้กับเจ้า วันนี้ขอบคุณมาก” มู่เฉียนซีตอบกลับ
เขารีบจากไปอย่างเร็วรี่ ทว่ากลุ่มชายชุดคลุมยาวขาวนั้นก็ได้พูดจาเสียดสีเขาต่อ “ไอ้กระจอกก็คือไอ้กระจอก! ไร้ประโยชน์จริง ๆ”
แววตาของมู่เฉียนซีทอประกาย สำนักศึกษาปรุงยา… นางได้เข้ามาในสำนักศึกษาซวนเสียซึ่งเป็นสำนักนิกายระดับสองนี้ก็นานแล้ว จึงควรรู้จักสำนักศึกษานี้เอาไว้
“อาจารย์จิ่วเยี่ย ช่วยศิษย์ของเจ้าสักหน่อยเถอะ” มู่เฉียนซียิ้ม ปรายตามองไปยังบุรุษที่เวลานี้ใส่หน้ากากปกปิดใบห