แสงสีฟ้าอ่อนนั้นดูเหมือนว่าจะอยู่ทั่วทั้งร่างกายของมู่เฉียนซี และได้ก่อตัวเป็นทางเชื่อมของมิติหนึ่ง
เงาร่างสีดำร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในมิตินั้นอย่างรวดเร็ว และค่อย ๆ ร่นตัวลงมาข้าง ๆ มู่เฉียนซี
แสงจันทราสาดส่องผ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่าง กระทบลงบนร่างคนชุดดำผู้นี้ ผิวอันอ่อนโยนยิ่งกว่าแพรไหมนั้นถูกเคลือบด้วยแสงอันนุ่มนวล
บนใบหน้าที่งดงามอย่างไร้ที่ติมีดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกคู่หนึ่ง ดวงตานั้นลึกซึ้งดุจดั่งห้วงลึก นิ่งสงบไม่มีระลอกคลื่นใดใดวาบผ่านเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าสามารถกลืนกินวิญญาณมนุษย์ได้
เขาก้มหน้าลงมองหญิงสาวที่กำลังนอนอยู่ ทำให้กลิ่นอายของตนเองว่างเปล่าไป เพราะไม่อยากทำให้นางที่กำลังหลับใหลอยู่ตื่นขึ้นมา
เขาค่อย ๆ ถอดผ้าคลุมของตัวเองออกอย่างช้า ๆ จากนั้นวางมือลงบนร่างของมู่เฉียนซี และชุดนอนก็ถูกปลดออกจนหมด
ความอาลัยอาวรณ์ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะอยู่บนร่างนาง และประทับร่องรอยเอาไว้บนตัวนาง
เขากอดนางเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย
ตลอดทั้งคืนมู่เฉียนซีไม่ได้ฝันแต่อย่างใดเลย นางนอนหลับสบายมาก ราวกับมีความรู้สึกที่คุ้นเคยมากอย่างหนึ่ง
ทว่า หลังจากที่นางตื่นขึ้นมาแล้ว กลับรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างกายราวกับมีรถพุ่งเข้ามาชนก็มิปาน ความรู้สึกนี้ ไม่ใช่เพราะสูญเสียกำลังจากการสู้รบเป็นแน่ แต่มันเหมือนว่า……
จิ่วเยี่ย……
มู่เฉียนซีลืมตาขึ้นมา แต่ข้างกายกลับไร้ซึ่งร่างของชายหนุ่มที่นางคาดคิดเอาไว้
ม