้!”
“พลังที่มีอยู่นั้นเป็นรากฐานที่ทำให้พวกเจ้ายืนหยัดอยู่ในสำนักศึกษา แต่การที่ทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นนั้น มันเป็นเป้าหมายของพวกเจ้าในสำนักศึกษาแห่งนี้”
การประชุมครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว นักเรียนคนอื่น ๆ ก็ถูกอาจารย์ของพวกเขาพาตัวไป ส่วนอาจารย์ใหญ่ก็ส่งคนมาตามมู่เฉียนซี
“นักเรียนมู่เฉียนซี ตามข้ามา!”
เมื่อมาถึงสถานที่ที่เงียบสงบ มู่เฉียนซีก็ได้เห็นกับร่างเพรียวบางในชุดดำร่างหนึ่ง ยืนอยู่ข้างอาจารย์ใหญ่ผู้ที่เพิ่งกล่าวสุนทรพจน์ไปเมื่อครู่นี้
หน้ากากสีดำบดบังใบหน้าของเขาเอาไว้ ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกนำพาความเย็นยะเยือกที่ไม่ใช่ของโลกใบนี้มา เมื่อดวงตาคู่นั้นมองมาที่นาง ความเย็นยะเยือกนั้นก็จางหายไปไม่น้อย
จิ่วเยี่ย……
เป็นจิ่วเยี่ย ไม่ผิดคนแน่ นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา! เป็นเขาจริง ๆ
อาจารย์ใหญ่ยิ้มพลางกล่าวว่า “นักเรียนมู่เฉียนซี เจ้ามาแล้ว! เจ้าคงจะรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดสำนักศึกษาถึงไม่ได้จัดอาจารย์ให้กับเจ้า นั่นเป็นเพราะว่าข้าตัดสินใจจะมอบอาจารย์พิเศษให้แก่เจ้า!”
“จากนี้ไป นายท่านจิ่วเยี่ยจะเป็นอาจารย์พิเศษของเจ้า ด้วยคะแนนอันดับหนึ่งของเจ้า ควรค่ากับการที่มีอาจารย์ท่านนี้!”
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกขึ้น มองไปที่จิ่วเยี่ยและถามเขาด้วยสายตาว่า ‘เจ้าคุกคามอาจารย์ใหญ่เพื่อที่จะได้มาเป็นอาจารย์ของข้าใช่หรือไม่’
คิ้วของจิ่วเยี่ยขยับเล็กน้อย กล่าวกับมู่เฉียนซีทางจิตว่า ‘คนอย่างข้าจำเป็นต้องคุ