กคามผู้อื่นด้วยเหรอ?’
ทั้งสองไม่จำเป็นต้องเปล่งเสียงกล่าวแต่อย่างใดก็สามารถสื่อสารผ่านทางจิตได้ ราวกับว่าทั้งสองเข้าใจในความคิดของกันและกัน
มู่เฉียนซีตกใจสะดุ้งเล็กน้อย ด้วยความที่ปกป้องซึ่งกันและกันมาโดยตลอด ทำให้พวกเขาทั้งสองเขาเกิดความเข้าใจกันและกัน
อาจารย์ใหญ่กล่าว “นายท่านจิ่วเยี่ย เช่นนั้นท่านคุยกับมู่เฉียนซีส่วนตัวเถอะ! ข้ามีเรื่องที่ต้องไปจัดการ”
หลังจากที่อาจารย์ใหญ่เดินจากไป มู่เฉียนซีก็ปริปากกล่าวขึ้น
“จิ่วเยี่ย!”
“ข้าอยู่นี่!”
“เจ้ามาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ?”
“อืม!”
“เมื่อคืนเจ้าทำอะไร ?”
“ทำเรื่องที่อยากจะทำ”
มู่เฉียนซีกัดฟันกรอดกล่าว “เจ้า นี่เจ้ายังกล้าพูดอีก ?”
“ซีอยากได้ยินหรือไม่ว่าทำสิ่งใดไปบ้าง ?”
ใบหน้าของมู่เฉียนซีแข็งทื่อ “ช่างเถอะ ไม่จำเป็น!”
มู่เฉียนซีตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง นางกล่าวถามว่า “เจ้ามาได้ยังไง ?”
“เพราะว่าเจ้ามีพันธสัญญากับสุ่ยจิงอิ๋ง มีจิตวิญญาณของเจ้าคอยหล่อเลี้ยง พลังก็ฟื้นฟูกลับมาบ้างแล้ว ข้าก็มีชิ้นส่วนของนางอยู่ในมือ นางสามารถเปิดทางให้ข้ามาได้”
“คิดถึงเจ้าแล้ว ก็เลยให้นางเปิดทางให้!” กล่าวจบ จิ่วเยี่ยก็กอดมู่เฉียนซีไว้
“อยากจะ……”
อือ!
จิ่วเยี่ยจูบลงบนริมฝีปากนาง เมื่อคืนนางผล็อยหลับไป รู้สึกจูบไม่สบายเลย เช่นนี้ถึงจะรู้สึกดีขึ้นหน่อย!
จิ่วเยี่ยเรียกร้องได้อย่างละโมบมาก ทำให้มู่เฉียนซีนั้นหายใจค่อนข้างลำบาก
ยากมากกว่าที่จูบนี้จะสิ้นสุดลง แต่ดู